BLOG

บทความ

จากเส้นด้ายถักทอสู่ “ชุดนักเรียน” สัญลักษณ์แห่งวัยเยาว์

จากเส้นด้ายถักทอสู่ “ชุดนักเรียน” สัญลักษณ์แห่งวัยเยาว์

ในแต่ละประเทศทั่วโลกก็มีเครื่องแบบชุดนักเรียนที่แตกต่างกันไป ในปัจจุบันเครื่องแบบชุดนักเรียนก็กลายเป็นแฟชั่นในรูปแบบหนึ่งแล้วเช่นกัน

พูดถึงชุดนักเรียน ถ้าไม่พูดถึงชุดนักเรียนญี่ปุ่นก็คงจะไม่ได้


ชุดนักเรียนญี่ปุ่นที่เพียงเห็นครั้งเดียวก็ชวนให้จดจำ ดีไซน์ที่ชัดเจนมีเอกลักษณ์ซึ่งมาพร้อมความพิเศษในแต่ละฤดูกาล ภาพจำที่ถ่ายทอดผ่านการ์ตูน อานิเมะ ซีรีส์ และภาพยนตร์ เหมือนกับกระแสชุดนักเรียนไทยที่ดังไกลไปทั่วโลกที่นำเสนอผ่านละครหรือภาพยนตร์ ในสมัยหนึ่งซีรีส์ญี่ปุ่นก็บูมในไทยไม่น้อยหน้าซีรีย์เกาหลีในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น GOKUSEN, Hana Kimi และ Dragon Zakura ที่ชวนให้วัยรุ่นไทยนอนดึก ลุกเช้าเพื่อได้ดูซีรีย์เหล่านี้ กระแสชุดนักเรียนญี่ปุ่นในไทยก็เคยแรงไม่น้อยเลย สมัยนั้นมีการประยุกต์กระโปรงนักเรียนไทยให้กลายเป็นกระโปรงนักเรียนญี่ปุ่นด้วยการพับเอว แต่ละคนต้องคอยหลบครูปกครองกันหัวหมุน

ที่ย่านโคจิมะ เมืองคุราชิกิ จังหวัดโอคายามะ มีสถานที่หนึ่งที่สามารถเติมเต็มฝันในวัยเยาว์ได้แน่นอน

นั่นก็คือ “พิพิธภัณฑ์ชุดนักเรียนโคจิมะ” (Kojima School Uniform Museum)



ว่าแต่…ทำไมพิพิธภัณฑ์ชุดนักเรียนถึงมาตั้งอยู่ที่นี่กันนะ? ที่นี่มีความสำคัญอย่างไร?

วันนี้จะพาไปหาคำตอบกัน !

“จากดอกฝ้าย สู่เครื่องแต่งกายที่หลากหลาย”

― จุดเริ่มต้นของเมืองแห่งชุดนักเรียน
ย้อนไปในสมัยเอโดะ ด้วยที่ตั้งของย่านโคจิมะ เมืองคุราชิกิ ทำให้ที่นี่มีปริมาณน้ำฝนน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ่น จึงได้ชื่อว่า “Hare no Kuni”(晴れの国)หรือดินแดนแห่งแสงตะวัน นอกจากนี้ดินยังเป็นดินเค็ม การปลูกข้าวจึงไม่เหมาะกับพื้นที่นี้ เลยเริ่มมองหาสิ่งที่สามารถทำได้ซึ่งก็คือ “ฝ้าย” การเริ่มต้นปลูกฝ้ายนับเป็นก้าวแรกของการเริ่มต้นประวัติศาสตร์สิ่งทอของโคจิมะ

― การเดินทางสู่อุตสาหกรรมสิ่งทอ
สินค้าที่ผลิตจากฝ้ายนั้นจะเปลี่ยนไปตามความต้องการของแต่ละยุคสมัย จากเชือก ผ้าโอบิ ถุงเท้าสำหรับเกี๊ยะญี่ปุ่น สู่ชุดนักเรียน ว่ากันว่าการผลิตชุดนักเรียนนั้นเกิดขึ้นในสมัยเมจิ (ปี 1868 – 1912) ซึ่งในตอนนั้นเป็นการสั่งตัด 100% ไม่ได้เป็นอุตสาหกรรมตัดสำเร็จเหมือนอย่างปัจจุบัน จึงแพร่หลายเฉพาะในหมู่ผู้มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวยหรือชั้นสูง ไม่ได้ใส่กันทั่วไปในหมู่ประชาชนทั่วไป

จนในสมัยไทโช (ปี 1912 – 1926) ที่วัฒนธรรมการแต่งกายแบบตะวันตกได้เข้ามา โดยเฉพาะในช่วงกลางสมัยไทโช แนวคิดทันสมัยได้แพร่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง เสื้อผ้าสไตล์ตะวันตกซึ่งแต่ก่อนถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ก็เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่ประชาชนทั่วไป ในขณะเดียวกันเครื่องแบบนักเรียนก็ค่อย ๆ ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ จนราว ๆ ปี 1921 ชุดนักเรียนกลายเป็นสินค้าที่ผลิตครั้งละมาก ๆ ไม่ใช่การสั่งตัดเหมือนแต่ก่อน มียอดสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ย่านโคจิมะ” กลายเป็นพื้นที่ผลิตเครื่องแบบชุดนักเรียนและชุดทำงาน ด้วยเหตุนี้จึงมีโรงงานย้อมผ้า บริษัทผลิตกระดุม และบริษัทจักรเย็บผ้า ผุดขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงเรียกได้ว่าพร้อมผลิตในพื้นที่นี้ จนที่นี่ได้ชื่อว่า “เมืองแห่งสิ่งทอ”

จุดแข็งของโคจิมะคือ กระบวนการผลิตทั้งหมดตั้งแต่โรงงานทอผ้า ย้อมสี ตัดผ้า เย็บผ้า และแปรรูปล้วนตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน จนว่ากันว่า แม้กระดุมจะหมดก็สามารถหามาได้ภายใน 5 นาที!!

นอกจากนี้ชุดนักเรียนผ้าฝ้ายสีขาวและดำผสมกันที่ตัดเย็บด้วยเครื่องจักรและฝีมือของคนก็ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ เพราะ ใส่แล้วเคลื่อนไหวคล่องตัว ทนทาน และราคาไม่แพง และในปี 1937 ปริมาณการผลิตชุดนักเรียนสูงขึ้นเป็น 7 ล้าน 1 แสน 5 หมื่นตัว เกือบผูกขาดตลาดทั่วทั้งประเทศ แต่แล้วในช่วงสงครามจีนญี่ปุ่นครั้งที่สอง ได้มีการออกกฎหมายควบคุมสิ่งทอเกิดขึ้นจึงทำให้อุตสาหกรรมชุดนักเรียนทรุดฮวบไปช่วงหนึ่ง

แม้จะซบเซาไปในช่วงเวลาหนึ่ง ก็สามารถกลับขึ้นมาพุ่งทะยานได้อีกครั้ง!!!

ในปี 1962 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (The Japanese Economic Miracle) หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงของญี่ปุ่น ชุดนักเรียนของโคจิมะมียอดผลิตและจำหน่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถึง 10 ล้าน 7 แสน 3 หมื่นตัว!!

และหลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงพัฒนาให้ทันสมัย ทั่วประเทศมีการผลิตผ้าจากเส้นใยสังเคราะห์ อย่างผ้าใยสังเคราะห์ไวนิลอน (Vinylon) และผ้าเส้นใยโพลีเอสเตอร์เทโทรรอน (Tetoron) ซึ่งได้รับความนิยมมาก จากผ้าฝ้ายก็ได้เดินทางเข้าสู่ยุคที่มีการผลิตชุดนักเรียนจากผ้าใยสังเคราะห์และผ้าฝ้าย

― ความโดดเด่นและลักษณะพิเศษของชุดนักเรียนญี่ปุ่น
ชุดนักเรียนญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นผลงานระดับแนวหน้าแสนหรูหราทั้งในแง่การออกแบบ ความประณีต และคุณภาพ แม้จะใส่หรือซักบ่อยแค่ไหนก็ไม่ขาดง่าย สีไม่ตก เนื้อสัมผัสดีที่แม้แต่เด็กที่ผิวละเอียดอ่อนก็ใส่ได้

ปัจจุบันจังหวัดโอคายามะผลิตและส่งออกชุดนักเรียนสูงถึง 70% ของประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าปริมาณการผลิตจะลดลงซึ่งได้รับผลกระทบมาจากอัตราการเกิดที่น้อยลง และบางแห่งอาจมีการย้ายฐานการผลิตไปที่ต่างประเทศที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าก็ตาม เหล่าผู้ผลิตชุดนักเรียนของโคจิมะก็ยังคงพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อผลิตสินค้าในโรงงานของตัวเอง และยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ความตั้งใจเดิมที่คำนึงถึง “คุณภาพ” ต่อไป

ใครที่อยากมาตามรอยเส้นทางชุดนักเรียนในญี่ปุ่น สามารถเข้ามาเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ชุดนักเรียนโคจิมะ” (Kojima School Uniform Museum) ในย่านโคจิมะได้ ที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรี แถมพิพิธภัณฑ์ยังตั้งใกล้กับโรงเรียนช่วยเพิ่มอรรถรสสุด ๆ


เมื่อเข้าไปในพิพิธภัณฑ์เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปเลย
แผนที่ที่แปะพิกัดโรงงานผลิตชุดนักเรียนที่ย่านโคจิมะในช่วงพีค ราว ๆ ต้นปี 1970 ที่แสนรุ่งโรจน์โดดเด่นสะดุดตา


ชั้น 1 จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับชุดนักเรียนแบบต่าง ๆ ที่ผลิตในโคจิมะในอดีตที่ได้รับการเก็บรักษามาเป็นอย่างดี ที่เตะตาก็คงต้องยกให้มุมชุดนักเรียนที่ต่างไปจากแบบดั้งเดิม “เฮนเคกะคุเซฟุคุ” (変形学生服) ที่ได้รับความนิยมในช่วงทศวรรษที่ 1970 ถึงทศวรรษที่ 1980 ใครที่ชอบดูภาพยนตร์ ซีรีย์ และการ์ตูนญี่ปุ่นที่ตัวเอกเป็นเด็กมัธยมฯ อย่าง Crows Zero หรือ From Today, It’s My Turn!! อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเครื่องแบบสุดจะเท่เหล่านี้อยู่ไม่น้อย




มุมจัดแสดงจักรเย็บผ้า และเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่เคยใช้จริงในโรงงานผลิตชุดนักเรียนโดยเฉพาะเครื่องทำรังดุม สิ่งที่จัดแสดงให้ชมล้วนไม่สามารถประเมินค่าได้เลย


ป้ายโฆษณาบนแผ่นเหล็กสีสันฉูดฉาด ป้ายผ้า และโปสเตอร์โฆษณาในสมัยก่อนได้จัดแสดงไว้ให้ชม แคตลาล็อคชุดนักเรียนก็มีให้ชมนะเออ



กลิ่นอายเรโทรฟุ้งกระจายทั่วพื้นที่

นอกจากจะได้เห็นชุดนักเรียนตามแบบฉบับญี่ปุ่นเหมือนหลุดมาจากจอแล้ว
ชั้น 2 ยังสามารถมาแปลงโฉมเป็นนักเรียนญี่ปุ่นได้ เครื่องแบบนักเรียนมากมายให้เลือกละลานตาไปหมด จะเลือกเป็นชุดกะลาสีเรือ หรือเป็นชุดสูทคลุมก็สามารถเติมเต็มฝันในวัยเยาว์ได้แน่นอน




เมื่อชุดพร้อม พร็อบพร้อม ก็มาถ่ายรูปโดยมีฉากเป็นห้องเรียนกัน!


ทั้งหมดทั้งมวลที่เล่ามาตั้งแต่เข้าไปในอาคารไปจนถึงลองสวมชุดนักเรียนนั้นล้วน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ก่อนกลับมาเลือกซื้อชุดนักเรียนญี่ปุ่นกลับไปเป็นของฝากหรือของที่ระลึกกันได้




———————————————–

พิพิธภัณฑ์ชุดนักเรียนโคจิมะ (Kojima School Uniform Museum)
• เวลาเปิด-ปิด
10.00 – 17.00 น.
• วันหยุด
วันสิ้นปีและปีใหม่ *อาจมีวันหยุดอื่นๆ เพิ่มเติม
• แผนที่