BLOG
บทความ

วัดยาชิมะตั้งอยู่ด้านบนยาชิมะในจังหวัดคางาวะ ซึ่งยาชิมะเป็นที่ราบสูงเกิดจากการแข็งตัวของลาวายื่นออกไปในทะเลในเซโตะ ด้านบนเรียบแบนเหมือนหลังคา ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน จุดไหน ก็รู้ว่าที่นั่นคือ ยาชิมะ

ยาชิมะอยู่ในทางตะวันออกของเมืองทากามาสึ ขับรถออกจากตัวเมืองเล็กน้อยประมาณ 25 นาที ถ้านั่งรถไฟใช้เวลาประมาณ 30 นาที ลงที่สถานี Kotoden Yashima หรือ JR Yashima ที่สถานีมีรถบัสเดินทางต่อไปยังด้านบนยอดเขายาชิมะให้บริการ ไม่ต้องกังวลเรื่องหลงทางเพราะนั่งรถจนสุดสายเลย

จากสถานีนั่งรถบัสขึ้นไปใช้เวลาประมาณ 20 นาที ไม่ช้ารถบัสก็จอดเทียบป้ายรถบัส

เมื่อลงรถร้านขายของฝากรอต้อนรับอยู่อย่างเป็นมิตร ยิ้มกว้างจนรู้สึกเงินในกระเป๋าสตางค์สั่นสะเทือน

เป้าหมายในครั้งนี้คือ “วัดยาชิมะ”
จากป้ายรถบัสเดินไปเพียงชั่วอึดใจก็เห็นประตูทางเข้าสีแดงสะดุดตา

“วัดยาชิมะ” (Yashima Temple) วัดลำดับที่ 84 ในเส้นทางแสวงบุญ 88 วัดบนเกาะชิโกกุ ซึ่งเรียกว่า “ชิโกกุเฮ็นโระ” (四国遍路) ครอบคลุมทั้ง 4 จังหวัดในเกาะชิโกกุ ระยะทางรวมประมาณ 1,400 กิโลเมตร ในอดีตเป็นเส้นทางสำหรับพระฝึกหัดที่ต้องเดินทางไปยังวัดต่าง ๆ ต่อมาได้กลายเป็นเส้นทางจาริกแสวงบุญของปุถุชนผู้เปี่ยมด้วยศรัทธา

เมื่อเข้าไปสัมผัสได้ถึงความสงบร่มรื่นภายในวัด พระพุทธรูปหินแกะสลักและรูปหล่อสำริดเจ้าแม่กวนอิมเรียงเป็นแถวขนาบทางเดินที่ปูยาวสู่อุโบสถหลักและอาคารต่าง ๆ ภายในวัด




วัดยาชิมะเป็นวัดเก่าแก่มีประวัติมายาวนาน…
ย้อนไปในปี ค.ศ. 754 “พระกัญจิน” (鑑真和上) พระจีนตาบอดชื่อดังผู้เข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนาในประเทศญี่ปุ่น ระหว่างทางไปนารา ขณะที่เรือกำลังล่องไปในทะเลในเซโตะอันเงียบสงบ พระกัญจินสัมผัสได้ถึงแสงสว่างที่ทอประกายอยู่บนยอดเขา จึงได้ตัดสินใจเดินทางตามแสงสว่างนั้นไป และได้สร้างอุโบสถ พร้อมทั้งประดิษฐานรูปปั้นพระสมันตภัทรโพธิสัตว์และเก็บรักษาพระไตรปิฎก
(พระกัญจิน ที่มา: https://yesyakushima.com/)
ต่อมาพระเคอุนลูกศิษย์ของพระกัญจินจากวัดโทไดจิได้มาสร้างอารามและอาคารต่าง ๆ เพิ่มเติม และได้ตั้งชื่อว่า “วัดยาชิมะ” พร้อมทั้งขึ้นเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกแห่งวัดยาชิมะ
ต่อมาในปี ค.ศ. 815 พระโคโบไดชิ (弘法大師) หรือพระคุไค (空海) ได้เดินทางมายังยาชิมะตามพระราชโองการของจักพรรดิซางะ
(พระโคโบไดชิ ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/K%C5%ABkai)
ท่านได้ย้ายวัดมาตั้งทางอยู่ทางฝั่งใต้ของยาชิมะซึ่งเป็นที่ตั้งในปัจจุบัน อีกทั้งยังได้แกะสลักเจ้าแม่กวนอิมไม้ปางสิบเอ็ดหน้าพันกร (十一面千手観音像) ประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถ ซึ่งยังคงได้รับการดูแลรักษาอย่างดีจนถึงปัจจุบัน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น
นอกจากนี้อุโบสถหลักหลังนี้ที่สร้างขึ้นมาในสมัยคามากุระก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเช่นกัน

ด้านข้างอุโบสถหลักมีรูปปั้นหินแกะสลักครอบครัวทานูกิ พ่อ แม่ และลูก ๆ ขนาบเสาโทริสีแดงสด ตั้งโดดเด่นสะดุดตา…

ว่าแต่ทำไมทานูกิมาอยู่อยู่ที่นี่ล่ะ?
ทานูกิที่ประจำอยู่ที่วัดยาชิมะ คือ “ทาซาบุโระทานูกิ” (太三郎狸) บ้างก็เรียกว่า “ยาชิมะทาซาบุโระทานูกิ” (屋島太三郎狸) ในหนังสือนิทานปรัมปราและตำราคติชนวิทยา เรียกว่า “ยาชิมะโนะฮาเกะดานุกิ” (屋島の禿狸) หรือทานูกิหัวล้านแห่งยาชิมะ หนึ่งในสามทานูกิชื่อดังแห่งญี่ปุ่น อีกสองตัวคือดันซะบุโรดานูกิแห่งซาโดะ (佐渡の団三郎狸) และชิบะเอะมงทานูกิแห่งอาวาจิ (淡路の芝右衛門狸) และเป็นหนึ่งในทานูกิที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “ปอมโปโกะ ทานูกิป่วนโลก” (POM POKO) หนึ่งในอะนิเมะชื่อดังของสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli)

ในตำนานก่อสร้างวัดมีการเล่าถึงการแสดงอภินิหารของทาซาบุโระทานูกิไว้ส่วนหนึ่ง
อย่างเรื่องแสงสว่างที่พระกัญจินเห็นซึ่งเล่าไปตอนต้น ว่ากันว่าเป็นฝีมือของทาซาบุโระทานูกิ และยังจำแลงแปลงกายเป็นชายชราสวมเสื้อคลุมและหมวกฟางนำทางพระกัญจินเดินทางไปยังด้านบนยอดเขา
อีกครั้งเมื่อตอนที่พระโคโบไดชิเดินทางมาถึงเชิงเขายาชิมะและหลงทาง ทาซาบุโระทานูกิได้แปลงกายเป็นคนแก่สวมชุดคลุมฟางไปบอกทางแก่พระคุไค
นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์กล่าวถึง ทานูกิที่ถูกลูกธนูยิงจนเกือบสิ้นชีพ โชคดีที่ไทระ โนะ ชิเงโมริ (Taira no Shigemori) แห่งตระกูลไทระช่วยชีวิตเอาไว้ทันจึงรอดชีวิตมาได้ ด้วยความกตัญญูรู้คุณทานูกิตัวนั้นจึงได้สาบานว่าจะปกป้องตระกูลไทระ ว่ากันว่า “ทาซาบุโระทานูกิ” เป็นลูกหลานของทานูกิตัวนั้น
แม้ตระกูลไทระล่มสลายลงหลังพ่ายแพ้ในสงครามเก็มเป (Genpei War) ทาซาบุโระทานูกิก็ยังคงอยู่ที่ยาชิมะ เมื่อใดที่ยาชิมะกำลังจะเกิดเหตุเภทภัยทั้งจากภัยพิบัติและสงคราม ทาซาบุโระทานูกิจะรีบแจ้งเจ้าอาวาสให้ทราบทันที
เพื่อตระหนักถึงผลงานและคุณงามความดีของทาซาบุโระทานูกิ จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้พิทักษ์แห่งวัดยาชิมะ ในโลกทานูกิเองทักษะการแปลงร่างของเขาก็ได้รับการกล่าวขานว่ายอดเยี่ยมที่สุด ในที่สุดเขาก็ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของเหล่าทานูกิในชิโกกุ และยังเปิดโรงเรียนทานูกิที่ยาชิมะ พร้อมทำงานเป็นครูใหญ่ไปด้วย
นอกจากนี้เจ้าอาวาสริวโจ นาไก (中井龍照住職) ของวัดยาชิมะ ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสายสัมพันธ์อันลึกลับที่ตัดไม่ขาดของทาซาบุโระทานูกิและวัดยาชิมะไว้ว่า
“
ทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนเจ้าอาวาส ทาซาบุโระทานูกิจะเข้าฝันเจ้าอาวาสคนใหม่ไปจำลองเหตุการณ์สงครามเก็มเปในสวนยูกิโนะนิวะซึ่งอยู่ในภายในวัด แม้ว่าเจ้าอาวาสนาไกเป็นเจ้าอาวาสมาตั้งแต่ 30 ปีก่อนแล้ว แต่ก็ไม่เคยฝันเห็นเรื่องราวเหล่านั้นเลย เคยได้ฟังเรื่องเล่ามาจากเจ้าอาวาสรุ่นก่อน ๆ อาจเป็นเพราะบำเพ็ญเพียรไม่พอเลยไม่มาปรากฏให้เห็น
แต่แล้ววันหนึ่งในวันที่อากาศอบอุ่นก็เห็นทานูกิปรากฏตัวในสวนยูกิโนะนิวะ
ในสมัยก่อนมีคนเห็นทานูกิจนถึงปี ค.ศ. 1961 ก่อนที่จะถนนยาชิมะสกายเวย์ (Yashima Sky Way) จะเปิดให้สัญจร คาดว่าเพราะมีพวกสุนัขที่ถูกนำมาทิ้งที่ยาชิมะไปไล่กัดทานูกิจนจำนวนลดลง เลยไม่มีใครมาเข้าฝันเล่าเรื่องสงครามเก็มเปให้เจ้าอาวาสนิมิตเห็นเหมือนแต่ก่อน
”
เมื่อพูดถึงทานูกิแล้วภาพที่ออกมาจะเป็นปิศาจของญี่ปุ่นก็ตาม เพราะทาซาบุโระทานูกิคอยช่วยเหลือผู้คน จึงได้เลื่อนขั้นเป็นเทพมิโนะยามะไดเมียวจิน (蓑山大明神) คอยประจำดูแลวัดยาชิมะแห่งนี้อยู่
อีกทั้ง “ทาซาบุโระทานูกิ” ยังเป็นผู้ยึดมั่นในคำมั่นสัญญาแห่งความรัก ยึดถือการมีคู่เพียงหนึ่งเดียวอย่างเคร่งครัด จึงเป็นเทพเจ้าด้านความรัก ลูก และครอบครัว

ผู้ที่มาเยือนวัดยาชิมะจึงมักมาขอพรในเรื่องความรักมั่นคง ขอให้คลอดลูกปลอดภัย เด็กสุขภาพแข็งแรง และให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข รักใคร่กลมเกลียว

มาขอพรเรื่องครอบครัวที่วัดยาชิมะ พร้อมสัมผัสกับ “ทาซาบุโระทานูกิ” หนึ่งในสามทานูกิชื่อดังของญี่ปุ่นได้ที่นี่
-------
▶วิธีการเดินทางมายาชิมะ
https://www.yashima-navi.jp/en/access/
▶แผนที่วัดยาชิมะ