BLOG
บทความ

สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อมาญี่ปุ่นแล้วต้องลองก็คือ การได้สัมผัสน้ำออนเซ็นธรรมชาติด้วยผิวกายของตัวเราเอง
ไหน ๆ ก็มาโกเบ ระหว่างรอเช็กอินลองหยิบแผนที่ที่เขาแจกในโรงแรมมาอ่านดูเสียหน่อย
“โกเบมีย่านออนเซ็นด้วยแฮะ”
เดินทางก็ดูเหมือนไม่ได้ลำบากอะไรมาก พรุ่งนี้ลองไปดูดีไหมนะ?
ไหน ๆ วันพรุ่งนี้ท้องฟ้าก็แจ่มใส ก่อนจะพบกับสายฝนในวันมะรืน
วางแผนคืนนั้นเที่ยววันต่อมาเลยก็น่าสนุกไม่น้อย
หมุดหมายของวันนี้คือ “ย่านอาริมะออนเซ็น” (Arima Onsen)

หลังผ่านช่วงเวลาเร่งด่วนที่คนออกไปทำงาน ก็ออกเดินทางไปสถานีอาริมะออนเซ็น
จากสถานี Sannomiya สถานีหลักของโกเบ สามารถเดินทางไปยังย่านอาริมะออนเซ็นได้ทั้งโดยรถบัสด่วนและรถไฟ
รถบัสด่วนของ JR ใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาทีต่อเดียวถึงเลย ถ้ารถไฟใช้เวลาประมาณ 35 นาที ไม่มากไม่น้อยกำลังดี เปลี่ยนสาย 2 ทีก็ถึงแล้ว
ครั้งนี้ไม่มีสัมภาระกระเป๋าเดินทาง “รถไฟ” จึงเป็นตัวเลือกในครั้งนี้!
จากสถานี Sannomiya Station นั่งรถไฟใต้ดินประมาณ 10 นาที ลงรถที่สถานี Tanigami Station
↓
ที่สถานี Tanigami Station เปลี่ยนเป็นรถไฟสาย Kobe Dentetsu-Arima Line ประมาณ 11 นาที ลงรถไฟที่สถานี Arimaguchi Station เพื่อเปลี่ยนขบวน
↓
จากสถานี Arimaguchi Station นั่งรถไฟสายเฉพาะที่มีปลายทางคือ Arima Onsen (Arimaonsen Station)
ดูเผิน ๆ เหมือนจะยุ่งยากขึ้น-ลง เปลี่ยนสายเปลี่ยนขบวน
ในความเป็นจริงไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลย เพราะแค่เดินไปรออีกฝั่ง สักพักก็มีรถไฟอีกขบวนเข้ามารับช่วงต่อแทบจะทันทีเหมือนนัดกันมา…สมกับเป็นญี่ปุ่นเสียจริง
เรื่องหลงทิศหลงทางก็ไม่ต้องกังวลเพราะมีเพื่อนร่วมชะตากรรมในขบวนรถไฟมิใช่น้อย
แถมในชานชาลาก็มีประกาศบอกทันที ยังไม่พอที่พื้นก็มีป้ายนำทาง… ช่างสะดวกสบายสำหรับการท่องเที่ยวเสียจริง



ได้ลุกยืน ยืดเส้นยืดสาย สลับกับนั่งก็ดีเหมือนกัน
วิวจากรถไฟก็สวยเหมือนกัน ได้ธรรมชาติสีเขียวช่วยเยียวยา

ลายที่นั่งรถไฟก็น่ารักใช่ย่อย
มาสคอตของรถไฟโกเบเด็นเท็ตสึ “ชินจัง” (しんちゃん) น้องหมาสีขาวแสนร่าเริงและ “เท็ตสึคุง” (てつくん) ภูติแห่งรถไฟตัวจิ๋ว แซมด้วยดอกไม้ในแต่ละฤดูกาล เช่น ดอกไฮเดรนเยีย ดอกทานตะวัน และดอกอาซาเลีย

ไม่นานรถไฟก็เทียบชานชาลาสถานีอาริมะออนเซ็น(Arimaonsen Station)


“อาริมะออนเซ็น” หนึ่งในสามย่านออนเซ็นเก่าแก่ของญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี
เดินทางสะดวกสบายจากเมืองใหญ่ ใครมาเที่ยวโอซาก้าก็สามารถโฉบมาเที่ยวเป็นไปเช้าเย็นกลับได้ หรืออยากจะเปลี่ยนบรรยากาศมาค้างในย่านออนเซ็นสักคืนก็มีที่พักสไตล์ญี่ปุ่น หรือเรียวกังพร้อมสรรพให้บริการ
ออกมาจากชานชาลาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากร้านขายของฝากหน้าทางออกของสถานี เชิญชวนให้เขาไปชมสินค้า

บรรยากาศถนนหนทางดูสมกับเป็นย่านออนเซ็น

เนื่องจากเป็นการท่องเที่ยวแบบไร้แผน จึงเริ่มต้นที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวในย่านอาริมะออนเซ็น เพื่อขอแผนที่ดูประกอบกับแผนที่ใน Google map และถือเป็นเครื่องรางกันหลง ^^;
เมื่อได้แผนที่สมใจหวังก็เริ่มออกเดินทาง


เดินไปเรื่อย ๆ เลียบถนน ผ่านร้านขาย “ขนมทันซันเซ็มเบ้” (炭酸せんべい) หรือขนมเซ็มเบ้โซดาของขึ้นชื่อของที่นี่ซึ่งใช้น้ำแร่คาร์บอนิกของที่นี่มาเป็นส่วนผสมของขนมนี้ ร้านที่ขายมีทั้งสองฝากฝั่งถนน จะกินแบบทำสดใหม่ หรือใส่ในบรรจุภัณฑ์สวย ๆ ซื้อกลับไปเป็นของฝากก็ได้


เลี้ยวซ้ายลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย ร้านรวงเรียงรายสองฝั่งในซอยเล็ก ๆ ที่เดินเรียงได้ประมาณ 3 คน
ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และของฝาก

ความน่ารักกระจุกกระจิกกระจุ๋มกระจิ๋ม มวลความน่ารักกระแทกอย่างจัง
เข้าร้านนั้นออกร้านนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจให้แวะดูตลอดทาง
ร้านที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ก็คงต้องยกให้ร้านเครื่องดื่มคลายร้อนที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่ต่างกระหายความเย็น







ดอกอาจิไซ หรือดอกไฮเดรนเยีย มีทั้งดอกตูม เพิ่งบาน กำลังบาน บานแล้ว บานเต็มที่ให้ได้ชม
มาที่เดียวได้สัมผัสพัฒนาการของดอกอาจิไซได้ในทุกช่วงวัย





ว่าแต่จุดหมายของเราคือที่ไหนกันนะ?
จากเส้นทางที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนกลับเหลือเพียง 2 คน…1 คน…จนไม่เหลือใครเลย
ความสงบเข้ามาแทนที่ความจอแจ เสียงเจื้อยแจ้วบทสนทนาแทนที่ด้วยเสียงจั๊กจั่นและนกร้อง

ที่นี่ที่ไหน….
รู้ตัวอีกทีก็โผล่มาถนนเส้นใหญ่สำหรับรถวิ่งข้างบนเสียแล้ว
แผนที่กระดาษในมือยับยู่ยี่ ยากนักที่จะบอกได้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน
แต่ก่อนคนมาเที่ยวเขาใช้แผนที่กันอย่างไรนะ…. นับถือและขอชื่นชมจากใจจริง
ว่าแล้วก็เปิด Google map หาพิกัดให้ตัวเอง จากนั้นก็คลำหาทิศทางและเทียบกับแผนที่ แถวนี้มีอะไรให้ไปไหมนะ
อ่า….เจอแล้ว
“ศาลเจ้าอาริมะอินาริ” (Arima Inari Shrine)

ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 600 เมื่อจักรพรรดิโจเม (舒明天皇) และจักรพรรดิโคโตคุ (孝徳天皇) ที่เสด็จประพาสย่านอาริมะออนเซ็น ศาลเจ้านี้เป็นที่สถิตของเทพเจ้าอินาริ จึงสามารถพบเห็นรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกที่ทำงานอย่างแข็งขันในฐานะผู้รับใช้ของเทพเจ้าอินาริอยู่ทุกหนทุกแห่งรอบศาลเจ้า

พอมองบันไดทอดยาวไปยังศาลเจ้าด้านบน จึงตัดสินใจได้ว่าขอสักการะจากด้านล่างบันไดนี้ดีกว่า

เดินย้อนกลับไปทางเดิมเพื่อตามหาจุดทางแยกไปยัง “สวนสาธารณะทันซังเซ็นเก็น” (Tansansengen Park) ตาน้ำบ่อน้ำแร่คาร์บอนิก ที่เขาว่าดื่มได้ เสียดายที่อาจมาผิดเวลา น้ำแร่เหือดแห้งทีเดียวเชียว


ไม่เป็นไร ยังมีดอกอาจิไซคอยปลอบใจ





อากาศร้อนฉ่าเหมือนจะไหม้ แม้จะมีเมฆมาช่วยบังแทนร่มลดความร้อนแรงของแสงแดดก็ตาม แต่อุณหภูมิก็ไม่ได้ลดลงไปเลย โชคดีที่มีลมเย็นพัดมาให้ได้ชื่นใจ
ขอพักสักประเดี๋ยวเดียว…เดี๋ยวออกเดินทางกันใหม่
