BLOG
บทความ

การท่องเที่ยวแบบไร้แผนยังคงดำเนินต่อไป ในวันที่ฝนตกพรำๆ ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหนดี ห้างสรรพสินค้าคือทางเลือกหนึ่งที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุด หาร้านนั่งรอฝนซ่าเป็นกิจวัตรในทริปนี้
ระหว่างที่รอก็นั่งไถโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จนเจอรูปต้นไม้ดูเหมือนหัวใจเลย แถมมีเครื่องรางน่ารักๆ ด้วย ความรู้สึกอยากออกไปสัมผัสอากาศข้างนอกกลับมาอีกครั้ง เมื่อใส่ชื่อศาลเจ้าใน Google maps ก็พบว่านั่งรถไฟไปไม่กี่สถานี ไม่ต้องเปลี่ยนสาย แถมจากสถานีที่ลงก็เดินไม่ไกล ต่อให้ฝนตกปรอยๆ ก็ไม่หวั่น
จากสถานี Kobe-Sannomiya Station นั่งรถไฟสาย Hanshin Line 2 สถานี ลง Iwaya Station จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาที ราวๆ 500 เมตรก็ถึงศาลเจ้า
พอออกจากสถานีก็เจอป้าย Museum Road ช่างสะดุดตาเหลือเกิน


บางครั้งการมาโดยไม่หาข้อมูลมาก่อนก็ชวนให้ตื่นเต้นดีแท้ ไม่คิดว่าสถานีที่ลงยังมีสิ่งที่น่าสนใจเหนือความคาดหมายรออยู่
หัวใจเต้นรัวอยากจะเดินไปตามป้าย
แต่… เป้าหมายของเราคือ ‘ศาลเจ้าที่มีต้นไม้หัวใจ’ ไม่อยากเถลไถลออกนอกลู่นอกทางเท่าไหร่เพราะมีเวลาจำกัดเสียด้วย ((โอกาสหน้ามาเจอกันใหม่นะ))
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นก็ออกเดินทางไล่ตามหมุดใน Google maps อีกครั้ง
เดินไปเรื่อยๆ แทบจะไม่รู้ ดูไม่ออกว่านี่คือทางที่จะพาไปศาลเจ้าจริงๆ ใช่หรือไม่
ผ่านบ้านคน อู่ซ่อมรถ ปั๊มน้ำมัน เหมือนเป็นย่านที่อยู่อาศัยเสียมากกว่า…
อ๊ะ!!
นี่สินะ “ศาลเจ้านันกูอุสะฮาจิมังจินจะ” (Nangu Usa Hachiman Jinja) หรือ “ศาลเจ้าวาคิโนะฮามะ” (Wakihama Shrine) ที่คนในพื้นที่คุ้นเคย สถานที่สถิตของผู้พิทักษ์และเทพประจำหมู่บ้านของย่านวากิโนะฮามะมาจิ (脇浜町) และวากิโนะฮามะไคกันโดริ (脇浜海岸通)

ศาลเจ้าแห่งนี้มีมาตั้งแต่ปี 1932 และได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โกเบ (The Great Hanshin earthquake) เมื่อปี 1995 อาคารศาลเจ้า อาคารสำนักงาน และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ พังถล่มลงมา และได้มีการบูรณะและก่อสร้างขึ้นใหม่จนแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน ปี 1999 และหลังจากนั้นได้โปรเจกต์บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารศาลเจ้าใหม่อีกครั้ง จนแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน ปี 2023
นอกจากเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนในท้องที่แล้ว ยังเป็นจุดหมายของเหล่านักท่องเที่ยวทั้งคนญี่ปุ่นและต่างชาติ เพื่อมาชมต้นไม้หัวใจ และสะสมเครื่องราง โดยเฉพาะ “โกะชูอิน” หรือตราประทับแสดงถึงการมาเยือนศาลเจ้าหรือวัดของญี่ปุ่นนั่นเอง
เมื่อเดินผ่านเสาโทริอิหินก็พบแต่ความเงียบสงัด… อาคารทุกหลังปิดสนิท

กำลังจะหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปให้สมกับเป็นนักท่องเที่ยว จู่ๆ ก็มีรถมาจอดเทียบคุณลุงขนของฉึบฉับ อย่างคล่องแคล่วว่องไว
พลันสบสายตาไปหนึ่งจังหวะ ก้มศีรษะเป็นการทักทาย ความเขินอายก็ตีขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ
เมื่อรถขับออกไป ก็ได้จังหวะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป

สวยจัง… เป็นรูปหัวใจจริงๆ ด้วย
เหลือบไปเจอป้ายบอกว่าศาลเจ้าเปิดเฉพาะวันที่ 1 ของทุกเดือน…ผ่าง!!!

แม้จะไม่ได้มาวันที่ 1 ก็ยังสามารถเข้าไปดูต้นไม้รูปหัวใจได้ แต่ส่วนของร้านบูชาเครื่องรางหรือ “โอมาโมริ” (お守り) และ “โกะชูอิน” (御朱印) หรือตราประทับของศาลเจ้าที่สามารถซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกได้ปิด เลยอดซื้อ
ความพิเศษของศาลเจ้านี้คือ “โกะชูอิน” น่ารักและสวยมาก ในแต่ละเดือนแต่ละฤดูกาลก็มีลวดลาย ความพิเศษที่ต่างกันออกไป เหมาะกับการเก็บไปเป็นของที่ระลึกที่สุด นอกจากจะขายเฉพาะวันที่ 1 แล้วยังมีจำนวนจำกัดอีกด้วย
(ภาพจาก: https://www.instagram.com/wakinohamajinja/)
เครื่องรางก็งามงดหมดจดไม่ยอมกัน เรียกได้ว่าเป็นงานฝีมือเลยก็ว่าได้
(ภาพจาก: https://www.instagram.com/wakinohamajinja/)
นอกจากเครื่องรางและโกะชูอินแล้ว วันที่ 1 ยังมีเกลือที่ผ่านการทำพิธีเรียบร้อย เรียกว่า “สึอิตาจิชิโอะ” (ついたち塩) แจกฟรีแทนคำขอบคุณอีกด้วย จะนำไปบูชาหรือปรุงอาหารก็ได้
(ภาพจาก: https://wnuhachiman.wixsite.com/wakinohama/)
นี่สินะโทษฐานที่ไม่หาข้อมูลหรือวางแผนล่วงหน้า
แต่ก็ไม่เป็นไรเน้อ… ได้มารับพลังจากต้นคุสุโนะคิ (クスノキ) หรือต้นการบูร ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่ รูปทรงของต้นการบูรเป็นรูปทรงหัวใจ ไม่ได้เกิดจากการตัดแต่งใดๆ ทั้งสิ้น ล้วนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ศาลเจ้าแห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือ “ศาลเจ้าที่มีต้นไม้หัวใจ” นั่นเอง

เชื่อกันว่า ต้นไม้ต้นนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยปลอบประโลมและมอบโชคดีให้กับผู้มาเยือน
((สบายใจไปเปราะหนึ่ง ได้รับโชคมาแล้ว))
และแน่นอนว่าด้วยรูปทรงรูปหัวใจ ผู้คนเลยมักมาขอพรเรื่องคู่และขอให้สมหวังในเรื่องความรัก 💖 เรียกได้ว่าเป็นจุดขอพรยอดนิยมเลยทีเดียว
ใครมาเที่ยวโกเบตรงกับวันที่ 1 พอดิบพอดี อย่าลืมมาตามหาหัวใจในศาลเจ้า บูชาเครื่องรางและโกะชูอินกันนะ ศาลเจ้าจะเปิดทุกๆ วันที่ 1 ของทุกเดือน เวลา 9.00 – 17.00 น. ยกเว้นช่วงปีใหม่จะเปิดตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 3