BLOG
บทความ

การออกเดินทางไปนิกโกในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง
…อย่างแรกคือฤดูกาล
เราเคยได้ออกเดินทางไปยังนิกโกในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้(เกือบ)ร่วง
จึงคุ้นชินกับนิกโกที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศอันสดชื่นของต้นไม้ใบหญ้าสีเขียว
และเป็นธรรมชาติที่เราชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คุ้นเคย
แต่เมื่อครั้งนี้ได้เดินทางใน ‘ฤดูหนาว’ ❄️
จึงคาดหวังบรรยากาศของ ‘นิกโกในฤดูหนาว’ มากเป็นพิเศษ
แค่ฤดูหนาวของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยหิมะก็ตื่นตาตื่นใจแล้ว
นิกโกในฤดูหนาวจะมีอะไรรออยู่นั้น ยิ่งทำให้ตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก
…อย่างที่สองคือเราได้ร่วมเดินทางไปกับ ‘อุ่นอุ่น’ และ ‘เบาเบา’
👩🏻💻 พี่หยก วรรณวนัช เจ้าของผลงานหนังสือ ‘ญี่ปุ่นอุ่นอุ่น’
และ
👩🏻🎨 พี่น้ำตาล กรวรรณ เจ้าของคาแรกเตอร์ ‘เบาเบา’
ผู้ร่วมเดินทางสุดพิเศษที่ทำให้ทริปครั้งนี้ไม่ได้หนาวจนเกินไป แต่กลับอุ่นอุ่นและเบาเบาไปพร้อมกัน 🤍
ซึ่งไม่ได้พิเศษแค่ผู้ร่วมเดินทางเท่านั้น แต่ทริปนี้อัดแน่นไปด้วยเสน่ห์ของนิกโกในฤดูหนาวแบบจัดเต็ม ☃️
เราทั้งเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังของนิกโก เก็บทุกไฮไลต์ที่ห้ามพลาด
เข้าร่วมเทศกาลประจำฤดูหนาว และกิจกรรมพิเศษเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น
สัมผัสการต้อนรับที่อบอุ่นจากผู้คนในท้องถิ่น ลิ้มรสอาหารแสนอร่อย
เปิดมุมมองในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของนิกโก
วันนี้อาจจะไม่ได้มาแนะนำทุกสถานที่แบบละเอียด
แต่จะมาเล่าให้ฟังแบบเรียกน้ำย่อยว่าเราได้ไปไหนกันมาบ้าง
และถ้าอยากออกเดินทางไปด้วยกัน ต้องทำยังไง 🤔
เริ่มต้นด้วยสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติแสนโด่งดังของนิกโก
อย่าง “น้ำตกเคกอนโนะทากิ” สถานที่ไฮไลต์ของนิกโกในทุกฤดูกาล
แม้แต่ในฤดูหนาวที่อาจรู้สึกว่า ‘น้ำตก’ กับ ‘ฤดูหนาว’ ดูจะไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่
แต่พอได้มายืนตรงหน้าน้ำตกที่แสนอลังการนี้แล้ว จะรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดจริง ๆ
สายน้ำตกอาจจะไม่ได้ทรงพลังเหมือนกับช่วงฤดููกาลอื่น ๆ เนื่องจากมีบางส่วนที่กลายเป็นน้ำแข็ง
แต่ความยิ่งใหญ่ก็สร้างความประทับใจให้ได้เหมือนอย่างเคย



และ “น้ำตกริวซูโนะทากิ” น้ำตกอีกแห่งที่ยอดนิยมไม่แพ้กัน
หรือมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ‘น้ำตกหัวมังกร’ 🐲
ปลายทางน้ำตกที่แยกออกเป็นสองส่วนด้วยหินขนาดใหญ่ทำให้รูปลักษณ์คล้ายหัวมังกร
แต่ในฤดูหนาวนี้ใบหน้าของมังกรได้ถูกย้อมเป็นสีขาว เป็นคุณปู่มังกรแทน 🧓🏻
ถึงแม้ที่นี่จะขึ้นชื่อในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี แต่มาเยือนในฤดูหนาวก็ได้ความสวยงามไปอีกแบบ


ในเมื่อมาเมืองนิกโก เมืองแห่งมรดกโลกทั้งที ก็ต้องมาเยือน “ศาลเจ้านิกโกโทโชงู”
หนึ่งในวัดและศาลเจ้าของนิกโกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ไปชมภาพแกะสลักลิงสามตัว ปิดหู ปิดตา ปิดปาก และภาพแกะสลักแมวนอนหลับ



พิเศษตรงรอบนี้ได้มีโอกาสเดินขึ้นไปยังศาลเจ้าด้านในด้วย
ศาลเจ้าที่ไม่ได้มีเพียงแค่สถาปัตยกรรมหรือศิลปหัตถกรรมที่ล้ำค่า
แต่ยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติของป่าสนอันอุดมสมบูรณ์
นอกจากจะได้สัมผัสประวัติศาสตร์ ยังได้รับการเยียวยาจากธรรมชาติอีก




และ “สะพานแดงชินเคียว” สะพานแดงศักดิ์สิทธิ์อีกหนึ่งจุดที่ต้องแวะมา
ว่ากันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งความรัก สถานที่ยอดนิยมสำหรับบ่าวสาวสำหรับจัดพิธีแต่งงาน
ส่วนคนโสดก็สามารถมาสั่นกระดิ่งขอพรกันได้นะ 🤭



ส่วนพระเอกของทริปนี้ก็คือ…
“เทศกาลคามาคุระ ยุนิชิกาวะออนเซ็น” หรือเทศกาลบ้านหิมะที่จัดขึ้นในย่านยุนิชิกาวะออนเซ็น เมืองนิกโก
ใครจะรู้ว่าใกล้โตเกียวเพียงแค่ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ในจังหวัดใกล้เคียงอย่างโทจิกิ
ก็สามารถมาเพลิดเพลินไปกับเทศกาลหิมะได้แบบเต็มอิ่มขนาดนี้
บ้านหิมะขนาดจิ๋วที่เกิดจากความร่วมมือของคนในท้องถิ่น ประดับเทียนไขอยู่ภายใน
ส่องประกายระยิบระยับสีเหลืองทองเมื่อตะวันลับขอบฟ้า



อากาศหนาวจับใจ แต่กลับอุ่นอุ่นไปด้วยซุปถั่วแดง และยังเบาเบาใจไปกับบรรยากาศที่สวยงามตรงหน้า
ผู้คนจับจองพื้นที่ถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก ไม่เพียงแค่คนญี่ปุ่นแต่ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเยือนอีกด้วย
(เราก็เป็นหนึ่งในนั้น)
ความตั้งใจของชาวบ้านที่ร่วมใจกันจัดเทศกาลหิมะขึ้นมาดูเหมือนจะสัมฤทธิ์ผล
ดึงดูดผู้คนให้มาท่องเที่ยวพร้อมมอบประสบการณ์สุดวิเศษนี้กลับไป
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้
ใครจะคิดว่าจะได้นั่งเล่นในบ้านหิมะหลังโต พร้อมโต๊ะโคทัตสึ (โต๊ะฮีตเตอร์แบบญี่ปุ่น)
และอิ่มเอมไปกับซุปถั่วแดงกับเต้าหู้แสนอร่อย หลังจากมื้ออาหารเย็นที่จัดเต็ม
ร่างกายที่เบาเบาในตอนแรก เหมือนจะเริ่มหนักหนักแล้วในคืนนี้ 😜



กิจกรรมของเรียวกัง “ยุนิชิกาวะออนเซ็น ฮานะโตะฮานะ”
บ้านหิมะหลังโตขนาดที่คนสามารถเข้าไปได้ 2 หลังตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงแรม
ซึ่งกิจกรรมนี้จะมีเพียงแค่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น
อาจจะสั้นหรือยาวกว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
เป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสในช่วงเวลาสั้น ๆ แบบนี้

และถ้าใครเป็นสายเล่นสกีล่ะก็ ที่นิกโกเองก็มีพร้อม
ที่ “ลานสกีนิกโกยุโมโตะออนเซ็น” ตั้งอยู่ในโอคุนิกโก
หากขึ้นมาชมน้ำตกเคกอนโนะทากิหรือทะเลสาบชูเซ็นจิโกะ
ขับรถหรือนั่งรถบัสขึ้นมาอีกหน่อยที่ย่านยุโมโตะออนเซ็น
ก็สามารถมาเพลิดเพลินไปกับลานสกีกันได้


ความพิเศษของที่นี่คือไม่พลุกพล่าน
อีกทั้งคุณภาพหิมะที่นุ่มฟูละเอียดเทียบเท่ากับฮอกไกโด
มีลานเล่นหิมะหรือเล่นกระดานเลื่อนสำหรับเด็ก ๆ (หรือผู้ใหญ่ที่ไม่เล่นสกีแบบเราก็ได้)
มีโรงอาหารให้บริการ พร้อมทั้งจุดเช่ายืมชุดและอุปกรณ์ครบครัน


ใครที่ใช้ NIKKO PASS all area ยังสามารถแลกรับตั๋วลิฟต์สกี 4 ครั้งได้ฟรีอีกด้วย
ครั้งนี้เราไม่ได้ลองเล่นสกี แต่ได้เช่ากระดานเลื่อนหิมะมาเล่นกันอย่างสนุกสนานเลย~
แถมยังใช้เวลาถ่ายรูปในบรรยากาศของเมืองหิมะสวย ๆ ได้แบบเพลิน ๆ เพราะคนน้อยอีกด้วย 👍🏻


แวะพักสักคืนท่ามกลางธรรมชาติของโอคุนิกโกที่บัดนี้ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน
“โรงแรมชูเซ็นจิ คานายะ” ริมทะเลสาบชูเซ็นจิโกะ
โรงแรมรีสอร์ตสไตล์ตะวันตกที่มาพร้อมกับระเบียงไม้ทุกห้อง
เปิดรับธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม พร้อมทั้งบ่อออนเซ็นกลางแจ้งให้บริการ


อุ่นอุ่นกายระหว่างแช่ออนเซ็นท่ามกลางหิมะ
เบาเบาใจระหว่างนั่งผิงไฟจากเตาผิงที่ล็อบบี้
แฮปปี้สุดสุด!

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในนิกโกที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก
เป็นสถานที่ที่มองเผิน ๆ อาจจะไม่ได้มีความพิเศษอะไร
แต่เมื่อได้ก้าวเท้าเข้าไปยังโลกแห่งนี้
ความคิดจะเปลี่ยนไปแถมยังได้รับความประทับใจกลับมา

ที่นี่คือ “โทบุเวิลด์สแควร์” เมืองจำลองในขนาดย่อส่วน 25 เท่า
รวบรวมสถาปัตยกรรมสำคัญของโลกมาไว้กว่า 100 ผลงาน
แบ่งออกเป็นหลายโซน เช่น โซนญี่ปุ่น โซนอเมริกา โซนเอเชีย โซนอียิปต์ และโซนยุโรป
ทำให้รู้สึกราวกับได้เที่ยวรอบโลกเพียงเดินแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น




ความละเอียดและพิถีพิถันในการสร้างผลงานที่ราวกับใช้ไฟฉายย่อส่วนของโดเรมอน
จะทำให้มุมมองของเมืองจำลองในความคิดของทุกคนเปลี่ยนไปแน่นอน
ที่นี่มี ‘วัดอรุณฯ’ ของไทยเราด้วยนะ!
ได้สำรวจวัดอรุณฯแบบ bird’s-eye view
ขนาดเป็นคนไทยแท้ ๆ ยังเพิ่งรู้ว่าในบริเวณวัดมีอะไรต่าง ๆ แบบนี้ด้วย 😮
ทำไมเราถึงได้มาเห็นวัดอรุณฯอย่างถี่ถ้วนในญี่ปุ่นกันนะ 😆


ที่ชอบที่สุดคือความใส่ใจในการบำรุงรักษาที่สม่ำเสมอ ทำให้ผลงานยังดูใหม่เอี่ยม
และบรรยากาศโดยรอบที่ใช้ต้นไม้จริง ยิ่งเสริมให้แต่ละสถานที่ดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
อยากจะใช้เวลาสำรวจสถานที่ต่าง ๆ อย่างช้า ๆ เสียจริง
มาอยู่ที่นี่สักครึ่งวันหรือทั้งวันยังได้ 😁



ที่กล่าวไปข้างต้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีสถานที่สุดพิเศษที่ซ่อนอยู่ในนิกโกรอให้ทุกคนไปค้นพบ
และยิ่งพิเศษมากกว่าคือการได้นั่งรถไฟ SPACIA X ที่นั่ง Cockpit Lounge
ตู้รถไฟที่เนรมิตเป็นคาเฟ่เคลื่อนที่ ใช้เวลาอย่างผ่อนคลายระหว่างเดินทางจากอาซากุสะไปนิกโก
มอบประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใคร และสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม




ไม่เพียงแค่นิกโกเท่านั้น
เรายังท่องเที่ยวในโตเกียว รวมถึงคาวาโกเอะ
เป็นทริปท่องเที่ยวที่อิ่มอกอิ่มใจ
ได้เพลิดเพลินกับหิมะ ชอปปิงในเมืองใหญ่
ดื่มด่ำกับบรรยากาศเมืองเก่าในสมัยเอโดะ
ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องราวการเดินทางทั้งหมดเป็นอย่างไร ทำอะไรและไปไหนมาบ้าง
ไปตามรอยกันได้ในหนังสือ “อุ่นอุ่น เบาเบา กับเรื่องเล่าจากนิกโก” ที่บันทึกเรื่องราวโดยพี่หยกและพี่น้ำตาล

ภายในเล่มประกอบไปด้วยภาพถ่ายของพี่หยก
ที่ถ่ายทอดบรรยากาศของนิกโกในฤดูหนาวออกมาอย่างน่ารักและอบอุ่น
และน้อง ‘เบาเบา’ ของพี่น้ำตาล ที่ช่วยมาเติมความสดใสตลอดการเดินทาง
พร้อมด้วยเรื่องเล่าจากทั้งสองคนที่ถ่ายทอดประสบการณ์ ราวกับจูงมือผู้อ่านเดินทางไปพร้อมกัน



ซึ่งภายในเล่มมีรายละเอียดของแต่ละสถานที่พร้อมวิธีการเดินทางให้พร้อม 📝
สั่งซื้อหนังสือ: https://happeningandfriends.com/product-detail/
แต่ถ้าใครอยากรู้มากกว่านั้น หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม
เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเลียบเส้นทางรถไฟโทบุ (Tobu Railway)
สามารถแวะมาหาข้อมูล รับเอกสาร ร่วมกิจกรรมรับของที่ระลึกกันได้
📌 ที่บูท TOBU GROUP หมายเลข A13
งาน “เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง & ทัวร์ ครั้งที่ 18” (Visit Japan FIT Fair #18)
ในวันที่ 16 – 18 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น.
ที่พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน
✨ พิเศษ! สำหรับใครที่อยากฟังเรื่องราวโดยตรงจากพี่หยกและพี่น้ำตาลล่ะก็
สามารถมารอฟังกันได้ที่ Main Stage ในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม เวลา 16.15 น. 🎤
เตรียมแพ็กกระเป๋าออกเดินทางในฤดูหนาวนี้กันได้เลย! 🧳