BLOG
บทความ

“นิกโก” เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่สมัยเมจิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูร้อนที่เป็นเรื่องธรรมดาที่อากาศจะร้อนระอุ แต่ไม่ใช่ที่นิกโกแห่งนี้ เพราะภูมิประเทศที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลมาก ทำให้อากาศค่อนข้างเย็นสบายแม้กำลังอยู่ในฤดูร้อน ที่นี่จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการมาพักร้อนตากอากาศ โดยเฉพาะ “โอคุนิกโก” หรือที่นักท่องเที่ยวชาวไทยมักจะคุ้นเคยกับชื่อเรียกว่า “โซนธรรมชาติ”

จากตัวเมืองนิกโกที่เป็นที่ตั้งของ “ศาลเจ้านิกโกโทโชงู” สถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดัง เดินทางไต่ระดับภูเขาขึ้นไปเหนือระดับน้ำทะเลอีกราว 1,000 เมตร ด้วยระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีโดยรถยนต์ ก็จะพบกับ “ทะเลสาบชูเซ็นจิโกะ” ที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่โอคุนิกโก


ทะเลสาบอันแสนยิ่งใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์ เป็นทิวทัศน์ที่เหล่านักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง ความยิ่งใหญ่ของทะเลสาบแห่งนี้มีระยะทางโดยรอบถึง 25 กิโลเมตร ว่ากันว่าถ้าเดินเทรกกิ้งรอบทะเลสาบล่ะก็ จะใช้เวลา 1 วันเลยทีเดียว
นอกจากเส้นทางเดินเทรกกิ้งแล้ว รอบทะเลสาบยังเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงามมากมาย รวมถึงมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์อย่างบ้านพักตากอากาศของนักการทูตที่เดินทางมายังญี่ปุ่นในช่วงกลางสมัยเมจิ ยิ่งตอกย้ำว่าโอคุนิกโกแห่งนี้ได้รับความนิยมในฐานะสถานที่พักผ่อนตากอากาศมาตั้งแต่ในอดีต



แล้วนักท่องเที่ยวอย่างเราล่ะ ?
ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ชมบรรยากาศของทะเลสาบชูเซ็นจิโกะ จะไปพักที่ไหนได้บ้างนะ ?
“โรงแรมชูเซ็นจิ คานายะ โฮเต็ล” (Chuzenji Kanaya Hotel / 中禅寺金谷ホテル)


โรงแรมรีสอร์ตริมทะเลสาบชูเซ็นจิโกะที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานกว่า 86 ปี เป็นโรงแรมในเครือของคานายะ ที่ได้ชื่อว่าเป็นโรงแรมสำหรับชาวต่างชาติที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งโรงแรมแห่งแรกก็คือ “โรงแรมนิกโก คานายะ โฮเต็ล” (Nikko Kanaya Hotel / 日光金谷ホテル) สามารถไปทำความรู้จักกับโรงแรมที่อายุมากกว่า 150 ปีได้ที่บล็อกก่อนหน้านี้ได้เลย 👇
📌 ที่พักสำหรับชาวต่างชาติที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น!
https://koriplanning.com/th/blog/ที่พักสำหรับชาวต่างชาต/

ซึ่งโรงแรมชูเซ็นจิ คานายะ โฮเต็ลเป็นโรงแรมสไตล์ตะวันตกที่มาพร้อมกับระเบียงไม้ทุกห้อง สามารถออกไปสูดอากาศรับลมเย็น ๆ ของโอคุนิกโก พลางชมทิวทัศน์ของทะเลสาบชูเซ็นจิโกะจากระเบียงห้องพักของตัวเองได้เลย




รวมถึงการตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ก็มีกลิ่นอายความเป็นตะวันตกสมัยก่อน ระหว่างที่พักอยู่ที่นี่จะสัมผัสได้ถึงมนต์เสน่ห์และความเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ได้อย่างแน่นอน





จุดเด่นของโรงแรมแห่งนี้ (จะเรียกว่าเป็นจุดเด่นได้ไหมก็ไม่รู้ แต่เป็นสิ่งที่ฉันชอบที่สุดค่ะ 😆)
โถงกลางโรงแรมทุกชั้นเป็นจุดนั่งพักคล้ายกับเลานจ์ มีกระจกบานใหญ่เรียงต่อกันทำให้เห็นบรรยากาศด้านนอกที่เป็นวิวทะเลสาบชูเซ็นจิและธรรมชาติที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล



โซฟาที่หันหน้าออกไปทางกระจก ทำให้สามารถนั่งชมทิวทัศน์อันงดงามของโอคุนิกโกได้อย่างสบายใจ รู้สึกราวกับเวลาเดินช้าลงและเหมือนจิตใจได้เยียวยา สามารถนั่งเฉย ๆ อยู่ตรงนี้ได้เป็นชั่วโมง ๆ เลยล่ะ
ถ้าหากมาในเดือนกุมภาพันธ์ล่ะก็ จะได้เจอกับบรรยากาศแบบนี้


โอคุนิกโกที่อยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,300 – 1,500 เมตร ทำให้บริเวณนี้อากาศค่อนข้างหนาวเย็น และในฤดูหนาวก็จะมีหิมะตกเยอะ
ทั่วพื้นที่โรงแรมก็จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะแบบนี้เลย~

อากาศหนาว ๆ แบบนี้ การแช่ออนเซ็นอุ่น ๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดี ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ก็มีบ่อออนเซ็นกลางแจ้งให้บริการเช่นกัน แช่ออนเซ็นอุ่น ๆ พลางชมทิวทัศน์ของธรรมชาติท่ามกลางหิมะก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีนะ
บ่อออนเซ็นจะตั้งอยู่ในอาคารแยก แต่ถ้าหากใครไม่สันทัดในการแช่ออนเซ็น (อย่างฉัน) ล่ะก็ สามารถมาเดินเล่นบริเวณด้านหลังโรงแรมได้เช่นกันค่ะ


ชมวิวของโรงแรมจากด้านนอก อาคารสร้างด้วยไม้พร้อมระเบียงสไตล์ตะวันตกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะ ดูแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นไปอีกแบบ (ทั้ง ๆ ที่อากาศหนาว…~)


และข้าง ๆ เป็นบ่อออนเซ็นกลางแจ้ง

ออกมาเดินเล่นในยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแบบนี้ก็มีความสุขดีมิใช่น้อยค่ะ ยิ่งเป็นบรรยากาศของทะเลสาบชูเซ็นจิโกะบวกกับหิมะด้วยแล้วล่ะก็ ต้องตั้งใจดื่มด่ำให้เต็มที่เลย!


จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ เตาผิง ที่ตั้งอยู่กลางโรงแรมบริเวณล็อบบี้

ช่วงหน้าหนาวจะมีการจุดไฟที่เตาผิง ทำให้บรรยากาศแสนอบอุ่นยิ่งขึ้น นั่งชมเปลวไฟเพลิน ๆ ฟังเสียงไม้ที่ถูกเผาดังเปาะแปะไปเรื่อย ๆ เข้ามาในโรงแรมเพียงไม่นานก็รู้สึกว่าได้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจซะแล้ว

เหมือนว่าโอกาสที่จะได้จุดเตาผิงมีไม่มากด้วยล่ะ เพราะถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เช่น ลมแรง ก็อาจจะไม่มีการจุดไฟ ถือว่าครั้งนี้โชคดีมาก ๆ เลย~
พอค่ำแล้วก็ถึงเวลาอาหารเย็น
เตรียมพร้อมอร่อยกับอาหารตะวันตกขนานแท้แบบดั้งเดิมของโรงแรมคานายะ
เนื่องจากแต่เดิมโรงแรมคานายะสร้างขึ้นมาเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกโดยเฉพาะ ทำให้อาหารของโรงแรมในเครือนี้จึงโดดเด่นด้วยเมนูสไตล์ตะวันตกที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานกว่า 150 ปีตั้งแต่โรงแรมเปิดให้บริการ

อาหารเย็นเสิร์ฟเป็นคอร์ส มีให้เลือก 2 คอร์สด้วยกัน ซึ่งครั้งนี้เราได้เลือกเป็น Seasonal Dinner แต่ละจานหน้าตาเป็นแบบไหนนั้น ไปชมกัน!





อร่อยทุกจาน รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ
โดยเฉพาะขนมปังที่เสิร์ฟมาพร้อมกับซุป ทุกคนในโต๊ะพร้อมใจกันบอกว่าอร่อยมาก ถึงแม้ท้องจะเริ่มอิ่มแต่ก็ไม่หยุดที่จะหยิบขนมปังมากิน ซึ่งได้ข้อมูลมาว่าโรงแรมคานายะมีอีกธุรกิจหนึ่งคือร้านเบเกอรี่ ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีขนมปังที่อร่อยขนาดนี้!


เมื่อรับประทานอาหารเย็นจนอิ่มแล้วก็ถึงเวลาเข้านอน
ทางโรงแรมมีชุดนอนเตรียมไว้ให้ในห้องพักด้วยล่ะ ชอบมากเลย~

(*แต่ทางโรงแรมสงวนให้ใส่เฉพาะในห้องหรือระหว่างไปออนเซ็นเท่านั้นนะคะ ห้ามใส่ออกมารับประทานอาหารนะ)


ตื่นมารับความสดใสจากธรรมชาติเป็นอันดับแรก
ได้รับพลังจากโอคุนิกโกแล้วก็ไปรับประทานอาหารเช้ากัน
อาหารเช้ามีให้เลือกระหว่างอาหารญี่ปุ่นและอาหารตะวันตก ซึ่งน่ากินทั้ง 2 สไตล์เลยล่ะ


ห้องอาหารพร้อมหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับแสงสว่างและวิวทิวทัศน์ด้านนอกทำให้อาหารเช้านี้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก


ภายในโรงแรมมีร้านขายของฝากเล็ก ๆ ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นจำหน่ายด้วย ถ้าได้มาพักที่นี่ล่ะก็อย่าลืมซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปกันนะ


และมีสิ่งที่น่าสนใจตั้งอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับ . . .
ลักษณะโดยรวมดูคล้ายพวงกุญแจท่อนไม้ขนาดเล็ก มีอุปกรณ์คล้ายน็อตเสียบอยู่ตรงกลาง ทุกคนให้ความสนใจว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไร ?

ป้ายด้านล่างเขียนว่า バードコール หรือทับศัพท์ภาษาอังกฤษได้ว่า Bird call
ทำไมสิ่งนี้ถึงถูกเรียกแบบนั้นก็เพราะว่า เมื่อหมุนสิ่งที่มีลักษณะเหมือนน็อตด้านบนไปมา ก็จะมีเสียงที่เกิดจากแรงเสียดทาน คล้ายกันกับเสียงนกร้องเลยล่ะ ก็เลยตั้งชื่อว่า Bird call เอาไว้ใช้คุยกับนกนั่นเอง น่ารักจัง!
ไม่รู้ใครเป็นคนคินค้นขึ้นมา แต่ถ้าใครมีโอกาสไปพักที่โรงแรมชูเซนจิ คานายะ โฮเต็ล ก็อย่าลืมมองหาเจ้าสิ่งนี้กันนะ นี่เหลือชิ้นสุดท้ายแล้ว~ (แน่นอนว่าทางเราเหมาไปหมดเกลี้ยง)
นอกจากนี้ก็มีกระดิ่งไล่หมีขายด้วย ซึ่งเป็นสินค้าแฮนด์เมดทุกอัน ความพิเศษคือแต่ละอันจะส่งเสียงไม่เหมือนกันด้วย ถ้าอยากซื้อล่ะก็พนักงานจะหยิบมาให้ดูเป็นพวงเลยล่ะ เลือกได้เลยว่าอยากได้เสียงไหน! 😆


นอกเหนือจากที่กล่าวมาทั้งหมด อีกสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้กันเลยคือ ความเป็นมิตรของพนักงานโรงแรมทุกคน เชื่อว่าไม่ว่าใครที่เดินทางมาพักที่โรงแรมแห่งนี้ จะต้องได้รับความทรงจำที่ดีกลับไปแน่นอน
ความน่ารักอีกอย่างหนึ่งก็คือ กุญแจห้อง ล่ะ

ใคร Lucky ได้กุญแจลูกโอ๊กอันใหญ่ไป มาบอกด้วยนะ 😆
น่ารักและไม่มีทางทำหายแน่นอน 🤭