BLOG

บทความ

AKARI แสงสว่างที่เป็นมากกว่าโคมไฟ

AKARI แสงสว่างที่เป็นมากกว่าโคมไฟ

เมื่อไม่นานมานี้ฉันได้เจอโพสต์หนึ่งในกลุ่มซื้อขายของมือสอง มันดูเหมือนว่าจะเป็นโพสต์ธรรมดาที่ก็แค่มีคนมาอวดของที่ได้มาในราคาถูก แต่โพสต์นั้นดันนำพาฉันมาเขียนบล็อกในวันนี้ได้ซะอย่างนั้น

ข้อความในโพสต์ที่มีเนื้อหาตื่นเต้นดีใจประมาณว่า “ได้มาในราคา 20 บาทเท่านั้น” พร้อมภาพถ่ายของโคมไฟกระดาษทรงกลมสีขาวดูธรรมดา ซึ่งฉันก็ไม่รู้จักว่ามันคือแบรนด์อะไร

ภาพตัวอย่างจาก https://akari-ozeki.com/lineup/

ตัวเลขคอมเมนต์เยอะเป็นพิเศษ มีทั้งคนถามหาพิกัดร้าน รวมถึงแสดงความตื่นเต้นดีใจไปด้วย ก็ยิ่งสร้างความสงสัยเข้าไปใหญ่ว่า นี่มันคืออะไรกันนะ? ทำไมคนถึงตื่นเต้นกันขนาดนี้? ทั้ง ๆ ที่ดูแล้วก็เป็นแค่โคมไฟกระดาษธรรมดาเท่านั้น

ภาพตัวอย่างจาก https://shop.noguchi.org/collections/akari-table-lamps

พอเห็นโลโก้เล็ก ๆ สีแดงและตัวอักษรสีดำเขียนหวัด ๆ ว่า Noguchi หรืออะไรสักอย่างที่อยู่บนโคมไฟ ฉันก็พอจะเดาได้ว่านี่คงเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นและโคมไฟกระดาษนี้ก็คงเป็นกระดาษวาชิของญี่ปุ่นแน่ ๆ แต่กระดาษวาชิที่คิดว่าคงไม่ได้หายากหรืออาจจะมีทั่วญี่ปุ่นอยู่แล้ว ทำไมถึงทำให้คนตื่นเต้นได้ขนาดนี้กันนะ? จากนั้นก็กดความสงสัยไว้ไม่ไหว ต้องค้นหาข้อมูลกันสักหน่อยแล้วล่ะ

ซึ่งพอกดเสิร์ชชื่อมั่ว ๆ ว่า Noguchi lamp หรืออะไรประมาณนี้ในช่องเสิร์ชของ Google ก็ทำให้ได้พบกับข้อมูลใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนและทำให้รู้สึก WOW เป็นอย่างมาก

ภาพจาก https://shop.noguchi.org/collections/akari-light-sculptures

WOW เรื่องที่หนึ่งเลยก็คือ “ราคา” … ฉันไม่แปลกใจว่าทำไมคนในกลุ่มซื้อขายของมือสองถึงได้ตื่นเต้นกันขนาดนั้น เพราะราคาออริจินัลของสินค้าโคมไฟกระดาษแบรนด์นี้มีราคาเริ่มต้นที่หลัก(หลาย)พันไปจนถึงหลักแสนบาท!! แต่คุณคนนั้นได้มาในราคา 20 บาทเท่านั้น… 🫨

(แต่ฉันเคยได้รู้ทริกในการซื้อของมือสองมาว่า ถ้าเราเจอของดีเข้าล่ะก็ ต้องทำเป็นไม่รู้จักและตีหน้านิ่งเข้าไว้ จะให้คนขายรู้ไม่ได้ว่าเราอยากได้มันมากแค่ไหน เพราะเราจะได้มาในราคาถูกแสนถูกเลยล่ะ อย่างว่าถ้าคนไม่รู้จักก็จะไม่รู้ว่ามันมีราคาแค่ไหนใช่ไหมล่ะคะ)

ยิ่งรู้ราคาก็ยิ่งอยากรู้ว่าทำไมมันถึงได้มีราคาสูงขนาดนั้นกันนะ? 🤔
เพราะฉะนั้นแล้วเรามาย้อนดูเรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์โคมไฟกระดาษนี้กัน!


ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 1951 คุณอิซามุ โนกุจิ (Isamu Noguchi) ประติมากรลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกันได้มีโอกาสมาเยือนที่จังหวัดกิฟุ เพื่อชมเทศกาลการจับปลาด้วยนกกาน้ำในแม่น้ำนาการะ เทศกาลอันโด่งดังของจังหวัดกิฟุนั่นเอง ซึ่งนอกจากเทศกาลนี้จังหวัดกิฟุยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการผลิตโคมไฟกระดาษและร่มญี่ปุ่น แน่นอนว่าการมาเยือนในครั้งนั้นทำให้เขาได้พบกับการประดับตกแต่งด้วยโคมไฟกระดาษมากมายภายในเมืองกิฟุรวมถึงบนเรือชมการจับปลาในเทศกาลนั่นเอง


ทั้งโคมไฟกระดาษและร่มญี่ปุ่นที่ผลิตในจังหวัดกิฟุ ล้วนแล้วทำมาจาก “กระดาษมิโนะวาชิ” (美濃和紙) กระดาษญี่ปุ่นซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่มีคุณค่าของจังหวัด รวมถึงเทคนิคการผลิตกระดาษมิโนะวาชิด้วยมือแบบดั้งเดิมก็ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 1,300 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้โดย UNESCO อีกด้วย






เพราะเหตุใดกระดาษมิโนะวาชิถึงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและเป็นที่นิยมขนาดนี้?

“กระดาษมิโนะวาชิ” มีต้นกำเนิดมาจากเมืองมิโนะ จังหวัดกิฟุ เป็นกระดาษที่ผลิตด้วยมือโดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติคือต้นหม่อนและน้ำสะอาดจากแม่น้ำนาการะ แม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดกิฟุที่ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 แม่น้ำที่ใสสะอาดที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต และโดยเฉพาะเทคนิคการผลิตที่พิถีพิถันทำให้กระดาษมิโนะวาชิมีคุณภาพสูง ถึงแม้จะบางแต่ก็แข็งแรงทนทาน จึงเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับมาตั้งแต่ในสมัยเอโดะจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าเมืองมิโนะของจังหวัดกิฟุ คือแหล่งผลิตกระดาษวาชิอันดับหนึ่งเลยทีเดียว



ถ้าใครอยากเรียนรู้เกี่ยวกับกระดาษมิโนะวาชิล่ะก็ สามารถไปเที่ยวที่ MINO-WASHI Museum (美濃和紙の里会館) ที่เมืองมิโนะ จังหวัดกิฟุ ดินแดนต้นกำเนิดกันได้ ซึ่งนอกจากจะได้ชมการจัดแสดงผลงานที่ทำจากกระดาษมิโนะวาชิมากมาย ยังสามารถทดลองทำกระดาษมิโนะวาชิแบบวิธีดั้งเดิมด้วยตัวเองได้อีกด้วย

เนื่องจากจังหวัดกิฟุมีวัตถุดิบที่เพียบพร้อมและมีคุณภาพ โคมไฟกระดาษที่ทำจากกระดาษมิโนะวาชิจึงเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางมาตั้งแต่ในสมัยเอโดะเช่นกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป อุตสาหกรรมการผลิตโคมไฟกระดาษของจังหวัดกิฟุก็เริ่มถดถอยลง เนื่องจากมีสินค้าจากที่อื่นที่คุณภาพต่ำกว่าหรือจับต้องได้ในราคาถูกกว่าเข้ามา

ในช่วงเวลานั้นเองที่ประติมากรระดับโลกอย่างคุณอิซามุ โนกุจิได้มาพบกับโคมไฟกระดาษกิฟุ (Gifu Paper Lantern / 岐阜提灯) และเกิดความสนใจถึงขั้นเข้าไปชมโรงงานเพื่อศึกษาวิธีการผลิตเลยทีเดียว ซึ่งโรงงานดังกล่าวก็คือ Ozeki & Co. และโรงงานนี้ก็ยังคงผลิตผลงานการออกแบบของเขาออกจำหน่ายมาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากที่คุณอิซามุได้ศึกษาเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์และวิธีการผลิตโคมไฟกระดาษจากการเข้าไปชมโรงงานมาแล้ว ก็ได้รับแรงบันดาลใจและมีความคิดที่จะผสมผสานแสงไฟกับงานประติมากรรมเข้าด้วยกัน จึงได้เริ่มออกแบบโคมไฟออกมาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งทรงวงรี ทรงกระบอก ทรงครึ่งวงกลม และอื่น ๆ กว่า 15 รูปแบบ และได้ตั้งชื่อผลงานของเขาว่า “AKARI” (明かり) ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าแสงสว่าง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ AKARI นั่นเอง

หลังจากนั้นเขาก็เดินทางไปมาระหว่างอเมริกาและกิฟุอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งที่เขาเดินทางมาเยือนกิฟุก็จะมีการจัดแสดงผลงานหรือผลิตโมเดลโคมไฟใหม่ ๆ ออกมาเสมอ ในระยะเวลา 35 ปี ผลงานการออกแบบโคมไฟของเขาก็รวมกันมากถึง 200 รูปแบบเลยทีเดียว

ภาพจาก https://akari-ozeki.com/lineup/

ด้วยความที่เป็นผลงานของประติมากรระดับโลก สิ่งนี้จึงไม่ใช่แค่โคมไฟกระดาษธรรมดาทั่วไป แต่ยังได้รับความสนใจในแง่ของงานศิลปะอีกด้วย ผลงานของคุณอิซามุได้นำไปจัดแสดงในหลายแห่งทั่วโลก จึงทำให้โคมไฟกระดาษกิฟุได้รับความสนใจจากทั้งในและต่างประเทศ

เรียกได้ว่าโคมไฟกระดาษกิฟุที่ดูเหมือนจะถูกลืมหายไป กลับฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกครั้ง จากการได้พบกับคุณอิซามุในครั้งนั้น ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เลยทีเดียว ซึ่งโคมไฟกระดาษของคุณอิซามุหรือ AKARI ก็ยังคงนำความดั้งเดิมของวัสดุมาใช้และผสมผสานกับความโมเดิร์นของการออกแบบสมัยใหม่ นี่อาจเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจที่ทำให้ได้รับความนิยมจากทั่วโลก

พอได้รู้มาถึงตรงนี้แล้ว สินค้าที่มองว่าราคาแพง แท้จริงแล้วอาจซ่อนประวัติศาสตร์และคุณค่าอยู่ในนั้น

ภาพจาก https://akari-ozeki.com/showroom/

เริ่มแรกการออกแบบโคมไฟกระดาษของคุณอิซามุหลายคนมองว่า ‘ผิดรูปผิดร่าง’ แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นโคมไฟที่เหมือนกับผลงานศิลปะตั้งอยู่ในบ้าน อีกทั้งในปัจจุบันก็มีการจัดการประกวดออกแบบโคมไฟกระดาษโดยใช้กระดาษมิโนะวาชิที่ดินแดนต้นกำเนิดอย่างเมืองมิโนะเช่นกัน และมีการจัดเทศกาล Mino Washi Akari Art Festival (美濃和紙あかりアート展) ที่จะจัดแสดงผลงานการแข่งขันให้ได้ชมกันเป็นประจำทุกปีในเดือนตุลาคมอีกด้วย แต่ถ้าใครมานอกช่วงเวลาดังกล่าวก็สามารถมาชมผลงานการจัดแสดงที่ Mino Washi Akari Art Hall (美濃和紙あかりアート館) ได้เช่นกัน


รวมถึงในตัวเมืองกิฟุก็จะมีการจัดเทศกาลแสดงไฟสวย ๆ ของโคมไฟกระดาษกิฟุและร่มญี่ปุ่น Gifu Akari Monogatari 2026 ในช่วงต้นปี ระหว่างวันที่ 17 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สวนกิฟุ (Gifu Park / 岐阜公園) และวัดโชโบจิ (Shobo-ji / 正法寺)

ภาพจาก https://www.city.gifu.lg.jp/kankoubunka/kankou/1034705.html

หรือจะเดินเล่นชมการจัดแสดงไฟในธีม Forest illumination that connects the station and town with light บริเวณสถานีกิฟุโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ก็ได้เช่นกัน

ภาพจาก https://www.city.gifu.lg.jp/kankoubunka/event/1005304/1013935.html

ข้อมูลภาษาไทย: https://www.facebook.com/gifu.th/posts/pfbid02uaJGMMpgbWLTmDY533fBecC3Ricrd8Cv28QjaVw9UjaHK9KaisVec56CW9kfdk9el

หากใครอยากไปชมผลงานการออกแบบของคุณอิซามุ โนกุจิล่ะก็ สามารถเข้าไปชมได้ที่ AKARI Gallery บริเวณชั้น 2 ของร้าน CASA stella

ภาพจาก https://casastella.net/

โคมไฟกระดาษในสมัยก่อนที่ผลิตขึ้นมาเพียงเพื่อใช้ประโยชน์เท่านั้น
ในตอนนี้กลับกลมกลืนเข้ากับศิลปะได้อย่างลงตัวและร่วมสมัยเลยทีเดียว
ถ้ามีโอกาสก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวชมการจัดแสดงไฟสวย ๆ ที่จังหวัดกิฟุกันนะ 🏮☂️✨


✨ แถม ✨ ความหมายของชื่อและโลโก้ “AKARI”
คุณอิซามุ โนกุจิกล่าวว่า เขาไม่ตั้งชื่อผลงานของเขาว่าโคมไฟ เพราะอยากจะสื่อถึงความเป็นธรรมชาติของแสงที่มาจากดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ อีกทั้งโลโก้วงกลมและเสี้ยววงกลมที่อยู่คู่กัน ก็มาจากตัวอักษรคันจิของคำว่า 明かり (Akari) ซึ่งประกอบด้วย 日 คือดวงอาทิตย์ และ 月 คือดวงจันทร์

📝 อ่านบล็อกที่ผ่านมาเกี่ยวกับ “กระดาษญี่ปุ่นมิโนะวาชิ”