BLOG

บทความ

Working Diary: เมื่อฉันได้เรียนรู้เรื่องไทย ๆ ผ่านการทำงานในบริษัทของคนญี่ปุ่น

Working Diary: เมื่อฉันได้เรียนรู้เรื่องไทย ๆ ผ่านการทำงานในบริษัทของคนญี่ปุ่น

เมื่อก่อน (ที่หมายถึงช่วงมาทำงานที่บริษัทนี้แรก ๆ) เคยคิดว่าทำงานบริษัทของคนญี่ปุ่นคงต้องมีความญี่ปุ่นมาก ๆ แล้วก็คงจะต้องมีความรู้เรื่องญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นแน่เลย

ทั้งหมดที่ฉันคิดไว้ก็ไม่ได้ผิดหรอกนะคะ ฉันได้เรียนรู้ความเป็นญี่ปุ่นผ่านเจ้านายที่เป็นคนญี่ปุ่น ผ่านเพื่อนร่วมงาน
ที่มีทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยที่เรียนด้านภาษาญี่ปุ่น ลูกค้าชาวญี่ปุ่น และจากเนื้องานที่ทำ

ได้ไปเที่ยวญี่ปุน ได้ชิมขนมญี่ปุ่นหลากหลายแบบ แล้วก็ได้รู้จักเมืองและจังหวัดในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจากเดิม อย่างน้อยก็ 3 – 5 จังหวัดแน่ะ เพราะว่านอกจากงานติดต่อ-ประสานงานระหว่างไทยและญี่ปุ่นแล้ว การเป็นตัวแทนของแต่ละจังหวัดของญี่ปุ่นในประเทศไทยก็เป็นอีกงานสำคัญของพวกเราค่ะ ซึ่งหน้าที่ของตัวแทนอย่างพวกเราจะมีอะไรบ้างก็ขึ้นอยู่กับว่าจังหวัดนั้น ๆ อยากให้เราดูแลและทำส่วนไหนบ้าง เช่น ดูแล คอยตอบคำถาม และทำคอนเทนต์สำหรับเพจ Facebook, Instagram ไปจนถึงเว็บไซต์ เพื่อให้ข้อมูลและแนะนำให้คนไทยรู้จักและไปเที่ยวจังหวัดที่เราดูแลมากขึ้น ในแต่ละปีเราก็จะได้ดูแลเรื่องการออกบูทตามงานท่องเที่ยวที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีอย่างงาน “งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง & ทัวร์” (Visit Japan FIT Fair) ค่ะ

แต่ที่ฉันอยากเล่าให้ทุกคนอ่านในบล็อกนี้เป็นสิ่งที่ฉันไม่ได้คิดและคาดไว้ก่อนว่าจะได้จากการเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ ก็คือการได้สัมผัสประสบการณ์และซึมซับ “ความเป็นไทยในมุมนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ” ค่ะ

เพราะด้วยลักษณะงานของพวกเรา ก็เลยทำให้พวกเราต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องไทยไทยทั้งหลายค่ะ ตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย อาหารและขนมไทย สินค้าไทย บุคคลที่มีชื่อเสียงในไทยอย่างนักแสดง นักร้อง ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงข่าวสารและเทรนด์ต่าง ๆ ที่กำลังเป็นไวรัลด้วย

นอกจากเราสามารถนำมาปรับใช้ในเรื่องการทำคอนเทนต์แล้ว เราจะคอยอัพเดตสิ่งเหล่านี้ให้กับจังหวัดและลูกค้าเป็นประจำค่ะ เพราะจะทำให้พวกเขาเข้าใจ เห็นภาพรวม และนำไปคิดต่อได้ค่ะว่าถ้าอยากเข้าถึงคนไทยให้ได้ดีขึ้นต้องทำยังไงบ้างนะ ซึ่งนี่เป็นส่วนที่ทำให้ฉันซึ่งเดิมทีไม่ค่อยจะรู้เรื่องราวหรือตามเทรนด์อะไรกับคนอื่นเขาได้เริ่มที่จะรู้ขึ้นมาบ้างเลยล่ะค่ะ

บางทีก็มีโอกาสได้เจอลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำแต่ละจังหวัดจากญี่ปุ่นบ้าง หรือคนญี่ปุ่นที่เคยติดต่อและร่วมงานกับบริษัทบ้าง สมาชิกในทีมพวกเราก็จะพาเขาไปเที่ยวหรือกินอาหารไทยค่ะ ก็เลยทำให้พวกเราได้ไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ทำกิจกรรม และกินเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะเลย บางครั้งเราก็พาคนญี่ปุ่นไปลองกินอาหารไทยที่แม้แต่คนไทยอย่างฉันก็ยังไม่เคยกินเลย เช่น ยำสายบัวชุบแป้งทอด และน้ำผึ้งรสหวานอมขมที่ได้มาจากผึ้งที่เลี้ยงในสวนสะเดาค่ะ




ได้ไปดูนิศกรรศการที่นำข้าวของเครื่องใช้ของคนไทยมาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะ


ผลงานการเขียนบล็อกของน้อง ๆ ฝึกงานที่ได้รับหน้าที่พาชาวญี่ปุ่นไปเที่ยวในกรุงเทพฯ



เมนูยำสายบัวชุบแป้งทอดที่ฉันเพิ่งเคยกินครั่งแรกในชีวิต และเมนูผัดสายบัวสุดที่กลมกล่อม


เครื่องดื่มแบบไทย ๆ ในคาเฟ่สไตล์ไทย ๆ ของศิลปินคนไทยอย่างคุณติ้ว วศินบุรี ศิลปินเซรามิก และทายาทรุ่นที่ 3 ของโรงงานเถ้าฮงไถ่ รวมถึงเจ้าของ “d Kunst Art space and cafe” คาเฟ่และหอศิลป์ร่วมสมัยแห่งจังหวัดราชบุรี

สุดท้ายที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงเป็นเรื่องของฝากและของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรามักจะให้กับลูกค้าและคนรู้จักชาวญี่ปุ่นในโอกาสและวันสำคัญต่าง ๆ เช่น เทศกาลปีใหม่ ไปจนถึงการพบกันในแต่ละครั้ง ก็ทำให้พวกเราได้รู้จักสินค้าฝีมือคนไทยและแบรนด์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมายเลยค่ะ

เพราะได้มาเขียนบล็อกเรื่องนี้ก็เลยทำให้ฉันได้ย้อนกลับไปคิดและรู้ว่าพวกเราได้ทั้งเรียนรู้และนำความรู้เรื่องความเป็นไทยมาใช้เยอะมากเหมือนกันค่ะ ไว้โอกาสหน้าถ้ามีเรื่องราวน่าสนใจแบบไทย ๆ ในมุมคนญีปุ่นอีกฉันจะมาเล่าให้อ่านกันต่อนะคะ