BLOG

บทความ

เมื่อหยาดฝนมาทักทายดอกไม้ก็ผลิบานในอ้อมกอดทะเลในเซโตะ

เมื่อหยาดฝนมาทักทายดอกไม้ก็ผลิบานในอ้อมกอดทะเลในเซโตะ

ตอนนี้หลายจังหวัดในญี่ปุ่นได้ประกาศการเข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการ ซึ่งโดยปกติญี่ปุ่นจะเริ่มเข้าหน้าฝนประมาณช่วงเดือนมิถุนายน ช่วงเวลาเปลี่ยนถ่ายระหว่างฤดูใบไม้ผลิไปฤดูร้อน ซึ่งช่วงนั้นฝนจะตกชุกเป็นพิเศษประมาณเดือนหนึ่ง

ช่วงเวลาที่หยาดฝนโปรยปรายให้ได้รู้สึกชุ่มฉ่ำ ก่อนจะนำความร้อนมาเยือนโดยสมบูรณ์แบบ

ความสนุกของการมาเที่ยวญี่ปุ่นคือ การได้มาเพลิดเพลินกับมวลหมู่ดอกไม้ที่จะออกมาแต่งแต้มสีสันในกับแต่ละฤดูกาล

หากใครที่ชอบการ์ตูน ละคร หรือภาพยนตร์ การปรากฏตัวของดอกไม้และบทบรรยายในฉากนั้น ๆ ก็ทำให้สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิและกลิ่นอายฤดูกาลทะลักออกมาจากภาพหรือตัวหนังสือในฉากนั้นเลยก็ว่าได้

นอกจากจะชุดของตัวละครแล้ว แม้ไม่มีคำบอกฤดูกาลกันโต้ง ๆ การเดาจากสิ่งที่เห็นโดยเฉพาะ “ดอกไม้” ก็ทำให้เรารับรู้ถึงการมีอยู่ของแต่ละฤดูกาล

(ภาพจากการ์ตูน Buddy Daddies)

แน่นอนว่า ดอกซากุระสื่อถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ แล้วดอกไม้ที่สื่อถึงการมาเยือนของหน้าฝน คือ ดอกอะไรนะ?
ใช่แล้ว คือ “ดอกอาจิไซ” (アジサイ) หรือดอกไฮเดรนเยียนั่นเอง

ดอกอาจิไซเป็นต้นไม้ในกลุ่มไม้พุ่มแคระไม่ผลัดใบ ต้นสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ถึง 2 เมตร มีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Hydrangea macrophylla หรือในชื่อสากลคือ ดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ที่หลายคนรู้จักนั่นเอง

สีของดอกอาจิไซจะต่างกันไปตามความเป็นกรดและด่างของดินที่ปลูก ไม่ว่าจะเป็นสีขาว ม่วง บานเย็น ชมพู และคราม


ที่มาของชื่อดอกอาจิไซในภาษาญี่ปุ่นนั้นเกิดจากการเพี้ยนเสียงจาก “อาซุซะไอ” ซึ่งมาจาก อาซุ (集 / あづ) + ซะ (真 / さ) + ไอ (藍 / あい) มีความหมายว่า “ดอกไม้ที่มีสีครามอย่างแท้จริง” (真の藍色の花が集まる) ซึ่งเดิมทีดอกอาจิไซใช้ตัวอักษรคันจิว่า “集真藍” (อาซุซะไอ)

สำหรับคันจิที่ใช้ในปัจจุบัน “紫陽花” นั้นมาจากในสมัยเฮอันซึ่งถือเป็นยุคทองแห่งศิลปวัฒนธรรมของญี่ปุ่น “มินาโมโตะ โนะ ชิตาโกะ” (源順) ขุนนางและนักปราชญ์ที่รวบรวมสารานุกรมฉบับแรกของญี่ปุ่น สังเกตเห็นว่า “ไป๋จวีอี้” (白居易) มหากวีแห่งราชวงศ์ถังของจีนได้ใช้ “紫陽花” แทนดอกอาจิไซในบทกวีของเขาซึ่งเป็น 1 ใน 36 บทกวีอมตะ (三十六歌仙) จึงได้ใช้ตัวคันจิในสารานุกรมเป็น “紫陽花” จนกลายเป็นเรื่องปกติจนมาถึงทุกวันนี้

ฤดูชมดอกอาจิไซอยู่ช่วงต้นเดือนมิถุนายน ถึงต้นเดือนกรกฎาคม จะบานแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยเริ่มบานจากทางใต้ไปยังตอนเหนือของญี่ปุ่น เหมือนกับดอกซากุระ


นอกจากปฏิทินการผลิบานของดอกซากุระแล้ว ยังมีปฏิทินของดอกอาจิไซ แถมช่วงนั้นก็มีการจัดเทศกาลชมดอกอาจิไซตามสถานที่ต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

เรียกได้ว่าเป็นดอกไม้ที่ได้รับความรักและความเอาใจใส่จากคนญี่ปุ่นไม่แพ้ดอกซากุระเลย

ข้อมูลเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569
(ภาพจาก: https://weathernews.jp/ajisai/)

พอพูดถึงจุดชมดอกอาจิไซในญี่ปุ่นก็มีให้ชมในหลายพื้นที่ สามารถชมได้ทั่วไปตามถนนหนทาง วัด และศาลเจ้าต่าง ๆ เช่น วัดฮาเซะเดะระ (Hasedera) จังหวัดนารา, วัดเมเกะทสึอิน (Meigetsu-in) จังหวัดคานากาว่า และสวนอะสุกะยามะ (Asukayama Park) ในโตเกียว เป็นต้น

วันนี้จะขอแนะนำจุดชมดอกไฮเดรนเยียสวย ๆ บนภูเขาเคล้ากลิ่นอายลมทะเล แลท้องฟ้าในเฟรมเดียวอย่าง “ภูเขาชิอุเดะ”

“ภูเขาชิอุเดะ” (紫雲出山) ในจังหวัดคางาวะ จังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น!


ในฤดูใบไม้ผลิประมาณช่วงเดือนปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน ที่นี่เป็นจุดชมซากุระบนภูเขายอดนิยม ทั่วทั้งด้านบนภูเขาจะปกคลุมด้วยดอกซากุระราวกับย้อมท้องฟ้าทั้งผืนให้กลายเป็นสีชมพู

(ภาพจาก https://www.my-kagawa.jp/point/132/)

เมื่อเข้าเดือนมิถุนายน หลังจากดอกซากุระโบกมือลา ดอกอาจิไซก็จะผลิดอกแย้มออกมาให้ผู้มาเยือนได้ชมขนาบสองข้างทาง ราวกับเป็นกำแพงหลากสีสันของดอกอาจิไซทั้งสีฟ้า คราม และม่วง ซึ่งเข้ากับทะเลในเซโตะและท้องฟ้าสีครามเป็นฉากหลัง กลมกลืนกันเป็นหนึ่งเดียว



นอกจากนี้ด้านบนภูเขายังมีคาเฟ่ที่สามารถเพลิดเพลินกับรสชาติของหวาน กาแฟท้องถิ่น พร้อมทัศนาชมวิวทะเลในเซโตะอันกว้างใหญ่ไพศาลผ่านกระจกบานใหญ่


ช่วงเวลาที่ชวนให้ใช้เวลาอย่างละเมียดละไมในทุกจังหวะของหัวใจ


สีสันและบรรยากาศแห่งฤดูกาลที่สามารถชมได้แค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น

= = = = = = = = = = = = = =
▷ แผนที่: https://maps.app.goo.gl/GQiWb163uv5rj98E7
▷ ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.mitoyo-kanko.com/eng/mt-shiude/