BLOG
บทความ

ย่านไชน่าทาวน์โกเบ (Chinatown Kobe) หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ “นันคินมาจิ” (南京町) 1 ใน 3 ย่านไชน่าทาวน์ขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นอีกสองแห่งคือ โยโกฮาม่าและนางาซากิ
ชุมชนแห่งนี้เกิดจากการรวมตัวกันของพ่อค้าชาวจีนหลังจากการเปิดท่าเรือโกเบในปี ค.ศ. 1868 และหลังจากผ่านพ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โกเบ (ฮันชิน – อาวาจิ) ก็ได้รับการบูรณะขึ้นมาจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวเมือง กลายเป็นย่านท่องเที่ยวสุดแสนจะคึกคักและกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้จึงเลือกที่พักใกล้ย่านไชน่าทาวน์ เพราะเชื่อว่าไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็มีของกินรออยู่เป็นแน่แท้ ไม่ว่าจะเช้าขนาดไหนก็ย่อมมีร้านเปิดให้เราเข้าไปใช้บริการ
แถมยังเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบายเพราะอยู่ใกล้กับสถานี Motomachi (JR Kobe Line) เดินเพียง 4 นาทีก็ถึง หรือจากสถานีรถไฟใต้ดิน Kyukyoryuchi-Daimarumae (Kobe City Subway Kaigan Line) ก็เดินเพียง 2 นาทีเท่านั้น
เมื่อเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยก็ออกไปหาของอร่อยกินดีกว่า

อ๊ะ! นั้นร้านอะไรน่าสนใจจัง คนต่อแถวประมาณหนึ่ง
ลองค้นหาชื่อร้าน ‘Bakery RIKI’ ที่เขียนไว้บนป้าย ใน Google Map

อื้อหือ… ในรีวิวได้รับคำชมมากมาย ดูรูปขนมแล้วก็น่ากินเหลือเกิน
ไม่รอช้าขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแถวด้วยคน
เดินไปกดบัตรคิว แล้วต่อแถวรอเรียกเข้าร้าน
พนักงานจะเรียกเป็นรอบ ๆ

แถวไหลเร็วพอสมควร เร็วกว่าที่คิด ไม่ช้าก็ถึงเลขของเรา
พนักงานเปิดประตูไม้เนื้อแข็งสีน้ำตาลเข้มสไตล์เรโทร
กลิ่นขนมอบหอมหวานทะลวงลอดออกมาตามช่องของประตูที่แง้มออกจนกว้าง
หยิบถาด วางกระดาษรอง พร้อมหยิบที่คีบ
ร้านค่อนข้างแคบ ถ้าสะพายกระเป๋าเป้เปลี่ยนมาสะพายไว้ด้านหน้าอาจจะปลอดภัยกว่า มิเช่นนั้นอาจจะได้เหมา
เลือกหยิบขนมปังไส้ถั่วพิสตาชิโอมา 1 ชิ้น และอย่างอื่นอีกชิ้นสองชิ้น
นำไปจ่ายเงินที่จุดชำระเงิน ร้านนี้รับเฉพาะเงินสดเท่านั้น


โอ้ววว~~~ ขนมปังไส้ถั่วพิสตาชิโอ อร่อยจนตะลึง

เนื้อสัมผัสของแป้งหนึบหนับกัดปุ๊ปก็พองตัวคืนปั๊ป
ใครชอบขนมปังซาวร์โดว์รับรองติดใจเจ้านี้แน่นอน
นี่ยังไม่ถึงไชน่าทาวน์เลยนะ
เดินต่ออีกประมาณ 10 ก้าวก็ถึงทางเข้าที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ส่วนใหญ่น่าจะเป็นนักท่องเที่ยวขนาดวันนี้เป็นวันธรรมดา
ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่นี่จะคึกคักสุด ๆ โดยเฉพาะช่วงเที่ยง ๆ แต่ละร้านจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ยิ่งในช่วงที่มีอีเวนต์จัดงานพิเศษ หรือคอนเสิร์ตในโกเบไม่ต้องพูดถึงรอจนท้อ ท้องกิ่วกันไปเลยทีเดียว

ซุ้มประตูแบบจีนโดดเด่นสะดุดตาเหมือนบอกอาณาเขตว่ากำลังจะเข้าไปยังย่านไชน่าทาวน์แล้วนะ
มีป้ายเขียนไว้ว่า西安門 บนป้ายอ่านจากขวาไปซ้ายตามแบบดั้งเดิม “ประตูเซอัน” หรืออ่านออกเสียงแบบจีนก็จะเรียกว่า “ประตูซีอาน” ที่หลายคนคงคุ้นหู สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 2005

ด้านหลังของซุ้มประตูมีตัวอักษรจีน “光復” ซึ่งหมายถึง “การบูรณะ” เพราะซุ้มประตูนี้สร้างขึ้นใหม่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการบูรณะฟื้นฟูจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โกเบ (The Great Hanshin earthquake) ซึ่งครบรอบ 10 ปี พอดี

มีขนาดสูง 9.7 เมตร และกว้าง 5.4 เมตร โดยจำลองมาจากประตูสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือเมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่การค้าและเศรษฐกิจของจีนเจริญรุ่งเรืองที่สุด ประตูจึงมีภาพวาดและสีสันที่สวยงามและมีชีวิตชีวาที่สุดในบรรดาซุ้มประตูในย่านนันคินมาจิ
ซุ้มประตูนี้อยู่ทางทิศตะวันตกของถนนสายหลักของย่านนันคินมาจิที่ทอดยาวไปยังทิศตะวันออก
ทางฝั่งตะวันออกนั้นมีซุ้มประตูสีขาวนวลขาวแปลกตา ป้ายบนประตูมีตัวอักษรจีน 長安門 เขียนไว้ อ่านออกเสียงแบบภาษาญี่ปุ่นได้ว่า “ประตูโจอัน” ถ้าออกเสียงแบบภาษาจีนก็มีชื่อว่า “ประตูฉางอาน” แล้วเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1985 สูง 9.85 เมตร กว้าง 7.4 เมตร สร้างจากหินอ่อนฮันไป่หยู (漢白玉) คุณภาพสูงจากมณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน ซุ้มประตูแห่งนี้เป็นแห่งแรกที่จีนอนุญาตให้ส่งออกหินอ่อนไปใช้ในต่างประเทศ

นอกจาก 2 ซุ้มประตูนี้ยังมีซุ้มประตูทางทิศใต้ “ประตูไคเอ” (海榮門) อีกหนึ่งซุ้มประตูให้ได้ไปถ่ายรูปกัน
((น่าเสียดายไม่ได้ถ่ายมา เพราะมัวแต่มองหาของกิน เดินตรงตลอดทาง))
ว่าแล้วก็เริ่มออกตัวจากประตูทิศตะวันตก “ประตูเซอัน” กันเถอะ!

เมื่อผ่านซุ้มประตูไป เสียงพนักงานของแต่ละร้านต่างเรียกลูกค้ากันอย่างเมามัน บรรยากาศคึกคักสุด ๆ
นี่ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของโกเบก็ว่าได้… ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติที่อยู่ร่วมกัน พนักงานร้านอาหารจีนแต่กลับเป็นชาวเนปาล สถานที่ที่สูบรวมคนต่างเชื้อชาติมารวมกันในที่นี้ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกปฏิเสธเลย แต่ละร้านต่าง Welcome ยินดีต้อนรับสุด ๆ รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ร้านส่วนใหญ่ในย่านนี้ แน่นอนว่าเป็นอาหารจีน ทั้งแบบอาหารกินเล่นอย่างซาลาเปาแบบต่าง ๆ เสี่ยวหลงเปา ฮะเก๋าไส้กุ้ง และโกมะดังโงะขนมงาทอด


ที่เด็ดสุดขอยกให้ “เนื้อวัวโกเบ”
แน่นอนว่ามาโกเบ ก็ต้องกินเนื้อโกเบเน้อ

นอกจากของกินแล้วก็มีตู้กาชาปอง ตู้คีบตุ๊กตาให้ได้เล่นระหว่างรอคิวหรือย่อยอาหาร


——————————————-
มาเริ่มที่ร้านแรกกันเลย!
เรียกน้ำย่อยด้วยอาหารเบา ๆ อย่าง “เป็ดปักกิ่ง” ถ้าจะกินทั้งตัวก็คงจะไม่ไหว โชคดีที่เขามีขายแบบอาหารว่าง ที่ห่อแป้งราดซอสเสร็จสับพร้อมรับประทาน
“ร้าน Kaho”


ในย่านนี้มีหลายร้านที่ขายเมนูนี้ ที่เลือกร้านนี้เพราะมีเตาย่างเป็ดอยู่หน้าร้าน การที่เห็นเป็ดหมุนอยู่ตรงหน้าเหมือนโดนสะกดจิตให้เดินเข้าไปต่อแถว

ยืนดูคุณพนักงานเลาะเนื้อเป็ดเพลิน ๆ ก็ถึงคิว ถ้าจะให้ดีเตรียมเงินให้พอดี 500 เยน หยอดเงินใส่กระปุกด้านข้าง

เป็ดปักกิ่งหนังกรอบเนื้อนุ่มชุ่มซอสหวานเค็ม มีแป้งบาง ๆ และกะหล่ำปลีมาช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและลดความเข้มข้นของซอสในตอนท้ายเหมือนได้ล้างปากไปในตัว

รู้สึกชิ้นเดียวไม่พอ ครั้งหน้าต้อง 2 ชิ้นแล้วล่ะ
เดินต่อประมาณ 5 ก้าว เห็นป้าย “KOBE CROQUETTE” ก็เหมือนโดนล่อลวงให้เดินเข้าไป

โคโรเกะเมนูชุปแป้งทอดของโกเบจะพิเศษอย่างไรหนอ
กินอะไรดีนะ…. ใจหนึ่งก็อยากกินโคโรเกะเนื้อวัว อีกใจเจอป้ายเมนูแนะนำ โคโรเกะกุ้งและหอยเชลล์เข้าไปก็รู้สึกว่าก็น่าลอง นี่คือข้อเสียของการมาเที่ยวคนเดียวจริง ๆ
ครั้งนี้ขอลองเมนูแนะนำ “โคโรเกะกุ้งและหอยเชลล์” ก่อนละกัน โอกาสหน้าค่อยเจอกันใหม่นะเนื้อวัว~

โคโรเกะทอดจนกรอบเสิร์ฟร้อน ๆ มาพร้อมซอส ข้างในชุ่มฉ่ำด้วยเนื้อหอยเชลล์เพิ่มเนื้อสัมผัสกรุบ ๆ ด้วยเนื้อกุ้ง
อร่อยจัง


ร้านนี้ก็รับเฉพาะเงินสดเช่นเดียวกัน
เมื่อปรับสภาพกระเพาะได้ที่แล้วเดินต่อจนถึงสี่แยกใจกลางย่านนันคินมาจิที่มีศาลาสีแดงแบบจีนให้ได้หลบแดด แยกนี้มีร้านเนื้อวัวโกเบ “Kobe Beef KISSHOKICHI” พร้อมเสิร์ฟเมนูจานด่วนจากเนื้อโกเบสุดล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นซูชิ สเต็ก และเมนูเสียบไม้

ร้านมีเมนูภาษาอังกฤษด้วย สบายเลย

ขอลองเมนูเสียบไม้ 3 อย่าง ((เพราะไม่รู้จะเลือกส่วนไหนดี ^^;))
เลยได้มาทั้ง 3 แบบเลย
– Premium Short Rib (เนื้อติดซี่โครง) เป็นส่วนที่มีไขมันแทรกพอประมาณเนื้อนุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นไขมัน
– Red Meat (เนื้อไม่ติดมัน) ส่วนนี้ไขมันน้อย ได้เนื้อสัมผัสเวลาเคี้ยว
– Exquisite Loin (เนื้อสันชั้นเยี่ยม) เนื้อนุ่มละมุน

ร้านนี้รับทั้งบัตรเครดิต เดบิต และเงินสด
เดินไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดก็ถึงประตูโจอันสีขาวนวล
เหมือนจะจบแต่ยังไม่จบ ก่อนจะถึงประตูโจอันมีร้านเนื้อวัวโกเบ (อีกร้าน)
รู้สึกยังไม่จุใจขออีกสักนิด ร้าน “Kobe beef DAICHI” นอกจากจะมีร้านแผงลอยขายเมนูจานด่วนจากเนื้อโกเบแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นร้านอาหารเสิร์ฟเมนูเนื้อวัวโกเบแบบชุดใหญ่อีกด้วย

เมนูของร้านนี้ก็ไม่ค่อยต่างจากร้านเมื่อกี้นักมีซูชิ เมนูเสียบไม้ และเทปันยากิเนื้อย่างกระทะร้อน เพิ่มเติมมีข้าวหน้าเนื้อด้วย

ที่ร้านนี้ขอลองซูชิและเทปันยากิแล้วกัน จะได้ไม่ซ้ำ
ซูชิรวมเนื้อ 3 แบบ มีส่วนเนื้อไม่ติดมัน หรือ “อาคะมิ” (赤身) ไขมันน้อยรสข้มข้น ได้เนื้อสัมผัสเวลาเคี้ยว, เนื้อส่วนที่มีไขมันแทรก หรือ “นาคะโทโระ” (中トロ) เนื้อนุ่มหอมไขมันสัมผัสได้ถึงความหวานของเนื้อ และโรสต์บีฟ (ローストビーフ) ที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งดึงรสชาติออกมา

เทปันยากิก็อร่อย เข้ากับวาซาบิที่เสิร์ฟมาคู่กันจริง ๆ

เนื้อทำให้เรากลายเป็นคนโลภได้ อยากกินแล้วอยากกินเล่า กินเท่าไหร่ก็ไม่พอ
มาตามหาร้านอร่อยถูกใจใน “ย่านนันคินมาจิ” ไล่ตั้งแต่ประตูเซอันทิศตะวันตกไปจนถึงประตูโจอันทิศตะวันออก ระยะทางกว่า 200 เมตร และถนนจากทิศใต้ไปเหนืออีก 110 เมตร จากสองฝั่งมีร้านรวงรวมมากกว่า 100 ร้าน
ใครมาเที่ยวโกเบไม่ควรพลาดมาย่านนี้อย่างยิ่ง
อิ่มหนำสำราญเสียจริง
